การอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงฯ มาตรา 22 ทวิ ผู้พิพากษาสามารถมีคำสั่งและบันทึกในคำร้องได้ ไม่จำต้องบันทึกในคำฟ้องอุทธรณ
ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 ทวิ ผู้พิพากษาผู้อนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงสามารถมีคำสั่งและบันทึกข้อความตามหลักเกณฑ์ของบทกฎหมายไว้ในคำร้องก็ได้ ไม่จำต้องบันทึกการอนุญาตไว้ในคำฟ้องอุทธรณ์โดยตรง
พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตและบันทึกไว้ในคำร้อง แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 เห็นว่าการอนุญาตต้องบันทึกในคำฟ้องอุทธรณ์โดยตรง จึงยกอุทธรณ์
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5068/2533นายศุภศักดิ์ สุเมธพันธุ์โจทก์นางสุนีย์ มานะรัตน์จำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 , ม. 22 ทวิการอนุญาตให้อุทธรณ์ ในปัญหาข้อเท็จจริงตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 ทวิ ผู้พิพากษาผู้อนุญาตจะมีคำสั่งและบันทึกข้อความตามหลักเกณฑ์ของบทกฎหมายดังกล่าวไว้ในคำร้องก็ได้ ไม่จำต้องบันทึกการอนุญาตไว้ในคำฟ้องอุทธรณ์โดยตรงโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒, ๙๑ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า รูปคดีมีเหตุสงสัยตามสมควรต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ วินิจฉัยว่า โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศษลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญา ในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๒๒ ที่แก้ไขแล้ว ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์มานั้นไม่ถูกต้อง พิพากษายกอุทธรณ์โจทก์ โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ได้ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๓๑ ขอให้ศาลชั้นต้นรับรองและอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงข้อความที่ศาลชั้นต้นได้บันทึกไว้ในคำร้อง มีข้อความตรงตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงพ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๒๒ ทวิ ที่แก้ไขเพิ่มเติมศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ชอบที่จะรับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๒๒ ทวิ ที่แก้ไขเพิ่มเติมบัญญัติว่า "ในคดีซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์ตามมาตรา ๒๒ ถ้าผู้พิพากษาคนใดซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาหร