ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5079/2533

ประเด็นกฎหมาย

ลูกจ้างขับรถไปธุระส่วนตัวหลังเลิกงาน ระหว่างทางกลับเกิดชนรถผู้อื่น ถือว่าอยู่ในทางการที่จ้างหรือไม่

หลักกฎหมาย

การกระทำของลูกจ้างที่ต่อเนื่องคาบเกี่ยวกับงานที่ปฏิบัติตามหน้าที่ของนายจ้าง แม้จะเป็นธุระส่วนตัวและนอกเวลางาน แต่หากเหตุเกิดระหว่างทางกลับ ถือว่าลูกจ้างยังอยู่ในระหว่างการปฏิบัติงานตามหน้าที่การงานของนายจ้าง นายจ้างต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิด

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 81,000 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 1 เป็นข้าราชการสังกัดจำเลยที่ 2 มีหน้าที่ขับรถบรรทุกน้ำรดต้นไม้ หลังรดน้ำเสร็จได้ขับรถไปบ้านของตน (ธุระส่วนตัว) แล้วขับกลับ ระหว่างทางขับรถกลับเกิดชนรถโจทก์เสียหาย เหตุเกิดนอกเขตพื้นที่รับผิดชอบของจำเลยที่ 2

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5079/2533นายภิรมย์ ทับทิมเทศโจทก์นายสุพจน์ ปัญญา ที่ 1 กรุงเทพมหานคร ที่ 2จำเลย ป.พ.พ. , ม. 420, ม. 425จำเลยที่ 1 เป็นข้าราชการอยู่ในสังกัดของจำเลยที่ 2 มีหน้าที่ขับรถยนต์บรรทุกน้ำของจำเลยที่ 2 รดน้ำต้นไม้ ได้ขับรถไปปฏิบัติงานตามหน้าที่ เสร็จแล้วได้ขับรถไปบ้านของตนแม้จะเป็นธุระส่วนตัวไม่ใช่เวลาปฏิบัติราชการตามหน้าที่ และที่เกิดเหตุมิใช่พื้นที่ที่จำเลยที่ 2 รับผิดชอบดำเนินการก็ตาม แต่การที่จำเลยที่ 1 ขับรถไปบ้านของตนก็ดี และตอนขับกลับก็ดี เป็นเวลาต่อเนื่องคาบเกี่ยวกับงานที่จำเลยที่ 1 ปฏิบัติไปตามหน้าที่ของจำเลยที่ 2 เมื่อจำเลยที่ไปทำละเมิดก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ในระหว่างทางที่ขับรถกลับดังนี้ถือได้ว่าขณะนั้นจำเลยที่ 1 ยังอยู่ในระหว่างการปฏิบัติงานซึ่งได้กระทำการตามหน้าที่การงานของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2ต้องร่วมรับผิดด้วย.โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ ได้ขับรถยนต์บรรทุกน้ำของจำเลยที่ ๒ ไปในทางการที่จ้าง ด้วยความประมาทชนท้ายรถโจทก์เสียหาย โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยทั้งสงอร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ นำรถยนต์บรรทุกน้ำของจำเลยที่ ๒ ออกไปใช้โดยพลการในกิจการส่วนตัวของจำเลยที่ ๑ เองเหตุเกิดในเขตจังหวัดนนทบุรี อยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของจำเลยที่ ๒จำเลยที่ ๒ จึงไม่ต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทน๘๑,๐๐๐ บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่