ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5082/2533

ประเด็นกฎหมาย

การขับรถชนท้ายคันหน้าเนื่องจากรถคันหน้าชะลอความเร็วเพื่อหลบสิ่งกีดขวาง ถือว่าคนขับรถคันหลังประมาทเลินเล่อหรือไม่ และผู้รับประกันภัยที่รับช่วงสิทธิมีสิ

หลักกฎหมาย

ผู้ขับรถตามหลังมีหน้าที่ต้องระมัดระวังไม่ให้รถชนท้ายรถคันหน้า โดยต้องทิ้งระยะห่างพอสมควรที่จะชะลอความเร็วหรือหยุดรถได้ทันท่วงทีเมื่อรถคันหน้าชะลอหรือหยุดไม่ว่ากรณีใดๆ การที่รถคันหน้าชะลอหรือหยุดเพื่อหลบสิ่งกีดขวางไม่ถือว่ามีส่วนประมาทร่วม ส่วนผู้รับประกันภัยที่รับช่วงสิทธิมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยนับแต่

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้ให้จำเลยใช้ดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน 90,660 บาท นับตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2528 (วันที่โจทก์ใช้ค่าเสียหาย) จนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 2,266 บาท และให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 2,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

รถคันหน้าชะลอความเร็วและหยุดรถเพื่อหลบชามกะละมังที่หล่นขวางทาง รถคันหลังขับตามมาชนท้าย โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยและรับช่วงสิทธิจากผู้เอาประกันภัยมาฟ้องจำเลยผู้ทำละเมิด

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5082/2533บริษัทการ์เดียนประกันภัย(ประเทศไทย) จำกัดโจทก์นายภิเษก สุวรรณนุ่มหรือสุวรรณพุ่มจำเลย ป.พ.พ. , ม. 420, ม. 422, ม. 442, ม. 880 ป.วิ.พ. จ.ขับรถอยู่ในทางเดินรถ เห็นชามกะละมัง หล่น ขวางทางอยู่จึงชะลอความเร็วและหยุดรถเพื่อไม่ให้ชนชาม กะละมัง จำเลยขับรถแล่นตามหลังมาชนท้ายรถของ จ. เช่นนี้ ถือไม่ได้ว่า จ. มีส่วนประมาทร่วมด้วย และถือว่าจำเลยเป็นฝ่ายประมาทเลินเล่อเพราะผู้ที่ขับรถตามหลังรถคันอื่นมีหน้าที่ต้องระมัดระวังไม่ให้รถแล่นไป ชนท้ายรถคันที่แล่นอยู่ข้างหน้า โดยต้องทิ้งระยะให้ห่างพอสมควรที่จะชะลอความเร็ว หรือหยุดรถได้ทันท่วงทีเมื่อรถคันหน้าได้ชะลอความเร็วหรือต้องหยุดรถไม่ว่ากรณีใด ๆ โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยและรับช่วงสิทธิจากผู้เอาประกันภัยมาฟ้องจำเลยผู้ทำละเมิดโจทก์ชอบที่จะได้รับดอกเบี้ย นับแต่วันที่โจทก์ใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เอาประกันภัยเท่านั้น หามีสิทธิได้รับดอกเบี้ยนับแต่วันทำละเมิดไม่ และปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะมิได้ฎีกา ศาลฎีกาเห็นสมควรหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยขับรถประมาทชนรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยไว้เสียหาย โจทก์ชำระค่าเสียหายให้แก่ผู้เอาประกันภัยแล้ว จึงรับช่วงสิทธิมาฟ้องขอให้จำเลยชำระค่าเสียหายดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันละเมิดจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า เหตุเกิดขึ้นเพราะความประมาทของนายใจประกาศ ซาฮีผู้ขับรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยไว้แต่ผู้เดียว จำเลยไม่มีส่วนประมาทด้วย จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดโจทก์เรียกค่าเสียหายสูงเกินส่วน ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากล