ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5084/2533

ประเด็นกฎหมาย

การกระทำที่หลอกลวงบุคคลหลายคนให้ส่งเงินเพื่อไปทำงานต่างประเทศ โดยมีเจตนาหลอกลวงประชาชนทั่วไป เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตาม ป.อ. มาตรา 343 วรรคแรก

หลักกฎหมาย

การฉ้อโกงประชาชนตาม ป.อ. มาตรา 343 วรรคแรก ต้องมีเจตนาแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อบุคคลทั่วไป มิใช่เฉพาะผู้เสียหายรายใดรายหนึ่ง พฤติการณ์ที่จำเลยประกาศแก่บุคคลทั่วไป เช่าบ้านให้คนหางานพักจำนวนมาก และพาคนหางานหลายคนไปสนามบิน แสดงถึงเจตนาหลอกลวงประชาชน

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตาม ป.อ. มาตรา 343 วรรคแรก จำคุก 3 ปี ลดโทษหนึ่งในสามคงจำคุก 2 ปี ส่วนข้อหาตาม พ.ร.บ.จัดหางานฯ ให้ยกฟ้อง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยหลอกลวงผู้เสียหายทั้งสองว่าสามารถส่งไปทำงานที่คูเวต เรียกค่าบริการคนละ 30,000 บาท ขณะหลอกลวงมีคนอื่นอีก 8 คนอยู่ในที่เกิดเหตุ ต่อมาจำเลยพาผู้เสียหายและคนอื่นประมาณ 10 คนไปสนามบิน แล้วพาไปพักในบ้านที่เช่าให้คนหางานพักประมาณ 30-40 คน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5084/2533พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายวิชัย สิงห์เมืองจำเลย ป.อ. ม. 59, ม. 343 วรรคแรก พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 , ม. 82ผู้เสียหายทั้งสองถูกจำเลยหลอกลวงว่าจำเลยสามารถส่งคนไปทำงานในประเทศคูเวตได้โดยเรียกค่าบริการคนละ 30,000 บาท ผู้เสียหายทั้งสองหลงเชื่อมอบเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่จำเลยไป ความจริงจำเลยไม่สามารถส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศได้แต่อย่างใด ในขณะที่จำเลยพูดหลอกลวงนั้นมีคนอื่นอีก 8 คนอยู่ในสถานที่เกิดเหตุ แล้วจำเลยพาผู้เสียหายไปอยู่ในบ้านซึ่งจำเลยเช่าให้คนหางานพักอาศัยอยู่ประมาณ 30-40 คน พฤติการณ์ของจำเลยดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนซึ่งหมายถึงบุคคลทั่วไปจำเลยจึงมีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343 วรรคแรก ข้อเท็จจริงตามที่โจทก์นำสืบไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ประกอบธุรกิจจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศหรือได้ส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศมาบ้างแล้วประกอบกับทางพิจารณารับฟังได้ว่าจำเลยมิได้เจตนาจัดหางานให้แก่คนหางานแต่ประการใด จำเลยจึงไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528มาตรา 30, 82.โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑,๓๔๓, ๙๑ พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา๓๐, ๘๒ ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินแก่ผู้เสียหายทั้งสองคนละ ๓๐,๐๐๐ บาทและนับโทษต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๑๔๕/๒๕๓๐ ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๓ ให้จำคุก ๕ ปี และมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครอ