การกระทำของภรรยาที่ชักชวนและหน่วงเวลามารดาของผู้เสียหายเพื่อให้สามีลักทรัพย์โดยสะดวก เป็นความผิดฐานสนับสนุนการลักทรัพย์ในเวลากลางคืนหรือไม่
การช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่ผู้กระทำความผิดทั้งก่อนและขณะกระทำความผิด โดยมีเจตนาช่วยเหลือให้การกระทำความผิดสำเร็จลุล่วง ถือเป็นผู้สนับสนุนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีสำหรับจำเลยที่ 2 ไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ลงโทษจำคุก 1 ปี 4 เดือน และให้ร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 67,000 บาท แก่โจทก์ร่วม
จำเลยที่ 2 เป็นภรรยาจำเลยที่ 1 ชวนมารดาโจทก์ร่วมไปเก็บใบพลูและหน่วงเวลาไว้หลังจากมีเสียงสุนัขเห่า เพื่อให้จำเลยที่ 1 ลักทรัพย์ในบ้านโจทก์ร่วมโดยสะดวก
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5087/2533พนักงานอัยการจังหวัดอ่างทองโจทก์นายไสว สุขแสงทองโจทก์ร่วมพลทหารพรเทพ นาคกุญชร กับพวกจำเลย ป.อ. , ม. 86, ม. 335จำเลยที่ 2 เป็นภรรยาจำเลยที่ 1 ในวันเกิดเหตุจำเลยทั้งสองไปซักผ้าที่บ่อน้ำหน้าบ้านของโจทก์ร่วมด้วยกัน แต่จำเลยที่ 1แยกตัวไปก่อน แล้วจำเลยที่ 2 ได้เข้าไปชวน ส. มารดาของโจทก์ร่วมซึ่งอยู่เฝ้าบ้านให้ออกไปเก็บใบพลู ทั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยเหลือจำเลยที่ 1 ให้เข้าไปลักทรัพย์ในบ้านของโจทก์ร่วมได้โดยสะดวกและหลังจากมีเสียงสุนัขเห่าซึ่งแสดงว่าจำเลยที่ 1 ได้เข้าไปในบ้านของโจทก์ร่วมแล้ว ส. จะกลับ จำเลยที่ 2 ก็ได้ชวนคุยต่ออันถือได้ว่าเป็นการหน่วงเวลาไว้เพื่อให้ความสะดวกแก่จำเลยที่ 1ซึ่งกำลังเข้าไปลักทรัพย์ในบ้านโจทก์ร่วมกระทำผิดได้ต่อไป การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่จำเลยที่ 1ทั้งก่อนและขณะเข้าไปลักทรัพย์ของโจทก์ร่วม อันเป็นความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๓๓๕, ๓๕๗, ๘๓ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคือหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนรวม ๖๗,๐๐๐ บาท แก่ผู้เสียหาย ระหว่างการพิจารณา ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๕ วรรคแรก (ที่ถูกมาตรา ๓๓๕(๘) วรรคแรก) ให้ลงโทษจำคุก๒ ปี ส่วนจำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕วรรรแก (ที่ถูกมมตรา ๓๓๕(๘) วรรคแรก) ประกอบมาตรา ๘๖ ให้ลงโทษจำคุก ๑ ปี ๔ เดือน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนเป็นเงิน ๖๗,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ร่วม และให้ยกฟ้องข้อหารับของโจร จำ