ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5114/2533

ประเด็นกฎหมาย

ภริยาต้องร่วมรับผิดในหนี้ภาษีอากรที่ค้างชำระกับสามีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 57 ตรี วรรคแรก หรือไม่

หลักกฎหมาย

เมื่อเจ้าพนักงานประเมินเรียกเก็บภาษีจากสามีและภริยา และภริยาอุทธรณ์การประเมินแล้วคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยให้ชำระ แต่ภริยามิได้อุทธรณ์คำวินิจฉัยต่อศาลภายในกำหนดเวลา ถือว่าการประเมินยุติ ภริยาต้องร่วมรับผิดในหนี้ภาษีอากรค้างตามประมวลรัษฎากร มาตรา 57 ตรี วรรคแรก

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้ให้จำเลยที่ 1 ร่วมรับผิดชำระหนี้ค่าภาษีจำนวน 7,801,738.67 บาทแก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

เจ้าพนักงานประเมินเรียกเก็บภาษีจากสามีและภริยา ภริยาอุทธรณ์การประเมิน คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ลดเงินเพิ่มและแจ้งให้ชำระ แต่ภริยามิได้ชำระและมิได้อุทธรณ์คำวินิจฉัยต่อศาลภายในกำหนดเวลา ต่อมาถูกฟ้อง ภริยารับว่าการประเมินถูกต้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5114/2533กรมสรรพากรโจทก์นางนิลุบล คำรพวงศ์ กับพวกจำเลย ป.รัษฎากร , ม. 57 ตรี วรรคแรก ป.พ.พ. หนี้ภาษีอากรรายพิพาทเจ้าพนักงานประเมินของโจทก์เรียกเก็บจากจำเลยที่ 1 และสามี จำเลยที่ 1 และสามีอุทธรณ์การประเมิน คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ผ่อนผันลดเงินเพิ่มลงและแจ้งให้จำเลยที่ 1 กับสามีชำระ แต่ก็ไม่ได้ชำระและมิได้อุทธรณ์คำวินิจฉัยต่อศาลภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ทั้งเมื่อถูกฟ้องคดีนี้ จำเลยที่ 1 รับว่าการประเมินถูกต้อง หนี้ภาษีรายพิพาทจึงยุติว่าจำเลยที่ 1 มีเงินได้พึงประเมินและมีรายรับอันจะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีการค้าร่วมกับสามี เพราะการประเมินรายนี้ถือว่าเป็นเงินได้และรายรับร่วมกัน แม้โจทก์มิได้ฟ้องให้จำเลยที่ 1รับผิดฐานไม่ปฏิบัติตามสัญญาที่จำเลยที่ 1 เคยตกลงยอมชำระหนี้ค่าภาษีอากรที่พิพาทก็ตามแต่เมื่อภาษีอากรรายพิพาทเป็นภาษีอากรค้าง จำเลยที่ 1 จึงต้องร่วมรับผิดกับสามี ตามประมวลรัษฎากร มาตรา57 ตรี วรรคแรก ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองในฐานะทายาทของสามีจำเลยที่ 1 ชำระหนี้ค่าภาษีอากรตามฟ้อง แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินจำนวนทรัพย์มรดกที่ตกได้แก่จำเลยทั้งสอง ให้จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้จัดการมรดกนำเงินจากกองมรดกหากมีไปชำระภาษี มิได้หมายความว่าจะต้องเอาเฉพาะมรดกที่เป็นเงินไปชำระภาษีโดยไม่ต้องรับผิดในทรัพย์สินอื่นที่เป็นมรดก เพราะความตอนต้นบ่งชัดแล้วว่าจำเลยที่ 2ในฐานะทายาทต้องชำระหนี้ค่าภาษีอากรตามฟ้อง คำพิพากษาดังกล่าวจึงย่อมบังคับคดีแก่ทรัพย์สินทุกชนิดที่เป็นมรดกของผู้ตาย.โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของพลตรีเฉลิม คำรพวงศ์ และให้ความยินยอมที่จะชำระหนี้ค่าภาษีทั้งหมดแทนบุคคลดังกล่าว จำเลยที่ ๒ เป็นทายาทแล