การตีความพระราชบัญญัติล้างมลทินฯ ว่าผู้ที่ศาลรอการลงโทษถือว่าได้รับโทษและพ้นโทษแล้วหรือไม่
ผู้ที่จะได้รับประโยชน์ตามพระราชบัญญัติล้างมลทินฯ มาตรา 4 ต้องเป็นผู้ที่ได้กระทำผิดก่อนหรือในวันที่ 5 ธันวาคม 2530 และได้รับโทษและพ้นโทษไปแล้ว การที่ศาลรอการลงโทษไว้ ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยได้รับโทษและพ้นโทษแล้ว จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะได้รับประโยชน์ตามพระราชบัญญัติดังกล่าว
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้นำโทษจำคุกของจำเลยที่ศาลรอการลงโทษไว้ในคดีก่อนรวม 4 คดี บวกเข้ากับโทษคดีหลัง คงเป็นโทษจำคุก 3 ปี 4 เดือน 60 วัน
จำเลยกระทำความผิดคดียาเสพติดก่อนวันที่ 5 ธันวาคม 2530 และศาลรอการลงโทษไว้ ต่อมาจำเลยกระทำความผิดอีกภายในระยะเวลารอการลงโทษ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5115/2533พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายทองใบ หรือ แดง ภู่พิพัฒน์จำเลย ป.อ. พ.ร.บ.ล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระชนมพรรษา 60 พรรษา พ.ศ.2530 ผู้ที่จะได้รับประโยชน์ตามพระราชบัญญัติล้างมลทินฯ พ.ศ. 2530มาตรา 4 หมายถึงผู้ที่ได้กระทำผิดก่อนหรือในวันที่ 5 ธันวาคมพ.ศ. 2530 ซึ่งได้รับโทษและพ้นโทษไปแล้ว ดังนั้น การที่จำเลยได้กระทำผิดก่อนหรือในวันที่ 5 ธันวาคม 2530 แต่ศาลก็ได้รอการลงโทษไว้ จึงยังถือไม่ได้ว่า จำเลยได้รับโทษและพ้นโทษแล้ว ไม่เข้าหลักเกณฑ์อันเป็นองค์ประกอบที่จะได้รับประโยชน์ตามพระราชบัญญัติดังกล่าว เมื่อจำเลยได้มากระทำผิดในคดีนี้ภายในกำหนดเวลาที่ศาลให้รอการลงโทษไว้ จึงต้องนำโทษในคดีก่อนมาบวกกับโทษในคดีนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58.โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๑๕, ๖๖, ๖๗, ๙๗, ๑๐๗ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๒, ๕๘ คืนธนบัตรของกลางแก่เจ้าของ เพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมายและบวกโทษของจำเลยที่รอการลงโทษไว้เข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้ด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเคยต้องโทษ พ้นโทษและมีโทษที่รอการลงโทษตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาแล้วพิพากษายกฟ้อง คืนธนบัตรของกลางแก่เจ้าของ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีนตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ ประกอบด้วยมาตรา ๖๖วรรคหนึ่ง แต่การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานจำหน่ายเฮโรอีนตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ ประกอบด้วยมาตรา ๖๖ วรรคหนึ่ง เพียงบทเดียว จำคุก ๕ ปี จำเ