ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5177/2533

ประเด็นกฎหมาย

ผู้จัดการมรดกไม่อาจยกอายุความหนึ่งปีตามมาตรา 1754 ขึ้นต่อสู้ทายาทที่ขอแบ่งมรดกได้

หลักกฎหมาย

ผู้จัดการมรดกเป็นผู้ครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาท จึงไม่อาจยกอายุความตามมาตรา 1754 ขึ้นต่อสู้ทายาทที่ขอแบ่งมรดกได้

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของเจ้ามรดก ฟ้องผู้จัดการมรดกขอแบ่งมรดก ผู้จัดการมรดกให้การว่าคดีขาดอายุความหนึ่งปีตามมาตรา 1754

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5177/2533นางนวลศรี ฉันทวานิชโจทก์กองมรดกของนายเกตุ ฉันทวานิช โดย นายสมเกียรติ ฉันทวานิชจำเลยนายองอาจ ฉันทวานิช และ นายสมชาย ฉันทวานิชผู้จัดการมรดก ป.พ.พ. ม. 1733 วรรคสอง, ม. 1754 กฎหมายลักษณะผัวเมีย บทที่ 68 ป.วิ.พ. , ม. 142, ม. 172 วรรคสอง, ม. 177 วรรคสอง, ม. 183, ม. 272โจทก์ฟ้องกองมรดกของผู้ตายโดย นายส. นายอ. นายช.ผู้จัดการมรดกและบรรยายฟ้องว่า ศาลแต่งตั้งให้บุคคลทั้งสามเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายโจทก์ทวงถามให้แบ่งมรดกของผู้ตายให้แก่โจทก์แต่จำเลยไม่แบ่งทรัพย์มรดกให้ ถือได้ว่าโจทก์ฟ้องบุคคลทั้งสามดังกล่าวในฐานะผู้จัดการมรดก ศาลย่อมบังคับให้ได้ โจทก์มีอำนาจฟ้อง จำเลยมิได้ให้การโดยชัดแจ้งว่าคดีโจทก์ขาดอายุความเพราะเป็นคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกซึ่งจะต้องฟ้องเรียกเสียภายในห้าปีนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1733 วรรคสอง การที่จำเลยระบุว่าโจทก์ฟ้องคดีเกินหนึ่งปีคดีจึงขาดอายุความนั้น ถือได้ว่าอายุความที่จำเลยอ้างถึงคืออายุความตา:มมาตรา 1755 มิใช่มาตรา 1733 วรรคสอง จึงมีประเด็นวินิจฉัยเฉพาะอายุความหนึ่งปีตามมาตรา 1754 เพียงอย่างเดียวที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่า คดีโจทก์ขาดอายุความตามมาตรา 1733วรรคสอง และพิพากษายกฟ้องของโจทก์จึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นไม่:ชอบด้วยกฎหมาย ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้(อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 4291/2529) โจทก์ฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกจากจำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย จำเลยตกอยู่ในฐานะผู้ครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาททั้งหลายเท่านั้น จำเลยไม่อาจจะยกอายุความมรดกตามมาตรา 1754 ขึ้นต่อสู้โจทก์ได้ ผู้ตายและ ล. เป็นสามีภ