สุขาภิบาลละเลยไม่ติดป้ายห้ามรถบรรทุกหนักผ่านสะพาน เกิดความเสียหาย ลูกจ้างโจทก์ขับรถบรรทุกน้ำหนักเกินผ่านสะพานไม้ที่ชำรุด ต้องรับผิดร่วมกันตามสัดส่วนคว
สุขาภิบาลมีหน้าที่ดูแลรักษาสะพานให้มั่นคงแข็งแรง การปล่อยปละละเลยไม่แสดงป้ายห้ามรถบรรทุกหนักผ่านเป็นความประมาทเลินเล่อ แต่ลูกจ้างโจทก์ขับรถบรรทุกน้ำหนักรวมประมาณ 16 ตันผ่านสะพานไม้ที่เห็นสภาพแล้วไม่แน่ใจว่ารับน้ำหนักได้ ถือเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างมาก มีส่วนประมาทมากกว่าจำเลย ต้องนำพฤติการณ์มาใช้ก
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้โจทก์ทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลย 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย โดยโจทก์ที่ 2 รับผิดไม่เกิน 100,000 บาทตามสัญญาประกันภัย
จำเลยเป็นสุขาภิบาลมีหน้าที่ดูแลสะพานไม้ข้ามคลองชลประทาน ปล่อยปละละเลยไม่ติดป้ายห้ามรถบรรทุกหนักผ่าน ลูกจ้างโจทก์ขับรถบรรทุกสิบล้อน้ำหนัก 9 ตัน บรรทุกรำ 7,230 กิโลกรัม รวมประมาณ 16 ตัน ผ่านสะพานไม้ที่เห็นสภาพแล้วไม่แน่ใจว่ารับน้ำหนักได้ สะพานพัง รถตกลงคลอง ต่อมาลูกจ้างโจทก์ตกลงกับกรรมการจำเลยว่าจะทำส
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5188/2533นายวิรัติ เอี่ยมพัชรวุฒิ กับพวกโจทก์สุขาภิบาลบางน้ำเชี่ยวจำเลย ป.พ.พ. , ม. 420, ม. 442, ม. 850, ม. 852จำเลยซึ่งเป็นสุขาภิบาลมีหน้าที่ดูแลรักษาสะพานให้มีความมั่นคงแข็งแรงและเรียบร้อย เพื่อให้บริการสาธารณูปโภคแก่ประชาชนและผู้ขับรถยนต์ที่สัญจรไปมา การที่จำเลยปล่อยปละละเลยไม่แสดงป้ายห้ามรถยนต์บรรทุกหนักผ่านข้ามสะพาน จึงเป็นความประมาทเลินเล่อของจำเลย แต่เมื่อพิเคราะห์ถึงการที่ ส. ลูกจ้างโจทก์ขับรถยนต์บรรทุกสิบล้อมีน้ำหนัก 9 ตัน และบรรทุกรำหนัก 7,230 กิโลกรัมผ่านสะพานไม้ดังกล่าวซึ่งบุคคลทั่วไปเห็นสภาพแล้วย่อมจะไม่แน่ใจว่าจะรับน้ำหนักรถและสิ่งของที่บรรทุกรวมกันประมาณ 16 ตัน ได้ เหตุที่เกิดขึ้นจึงเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างมากของ ส. อยู่ด้วยและตามพฤติการณ์ ส. มีส่วนประมาทมากกว่า สำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีมีข้อความเพียงว่า ส.ลูกจ้างโจทก์ตกลงกับกรรมการของจำเลยว่า ส. จะทำสะพานใหม่ได้ ไม่มีข้อความที่แสดงว่าคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน จึงมิใช่เป็นสัญญาข้อตกลงระงับหนี้ละเมิดแต่อย่างใด โจทก์ทั้งสองและจำเลยต่างยังคงต้องรับผิดในมูลละเมิดต่อกันอยู่.โจทก์ฟ้องว่า ลูกจ้างโจทก์ที่ ๑ ขับรถยนต์บรรทุกสิบล้อบรรทุกรำข้าวหนัก ๗,๒๓๐ กรัม ขึ้นไปขนสะพานไม้ข้ามคลองชลประทานของจำเลยด้วยความระมัดระวัง แต่สะพานไม้นั้นชำรุดบกพร่องอยู่ก่อน ด้วยความประมาทเลินเล่อของจำเลย ไม่ดูแลบำรุงรักษาหรือซ่อมแซมให้แข็งแรงและไม่ติดป้ายแสดงเครื่องหมายเตือนให้เห็นว่ามีการจำกัดน้ำหนักรถที่ขับผ่าน เป็นเหตุให้สะพานดังกล่าวพังและรถยนต์ของโจทก์ที่ ๑ พลิกคว่ำตกลงไปในคลอง ขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ ๑ เป็นเงิน