ฟ้องฎีกาที่ไม่บรรยายเนื้อหาคำฟ้อง คำให้การ และคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ถือเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ฟ้องฎีกาต้องแสดงให้ชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา และต้องเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ หากมิได้บรรยายถึงเนื้อหาแห่งคำฟ้อง คำให้การ คำพิพากษาศาลชั้นต้น และคู่ความฝ่ายที่อุทธรณ์ ทำให้ไม่อาจทราบข้อเท็จจริงและข้อที่โต้แย้งได้ ฟ้องฎีก
พิพากษาให้ยกฎีกาของจำเลยที่ 2 และที่ 3
จำเลยที่ 2 และที่ 3 ยื่นฎีกาโดยมิได้บรรยายเนื้อหาแห่งคำฟ้อง คำให้การ คำพิพากษาศาลชั้นต้น และคู่ความฝ่ายที่อุทธรณ์ มีแต่เพียงการโต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์โดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงอื่น ทำให้ไม่อาจทราบว่าคดีมีข้อเท็จจริงอย่างไรและข้อที่โต้แย้งเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นหรือไม่
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5193/2533องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพโจทก์นายทนงศักดิ์ จิตรเจริญปราชญ์ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ป.วิ.พ. , ม. 172, ม. 246, ม. 247, ม. 249ฟ้องฎีกาถือว่าเป็นคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 1(3) จึงต้องแสดงให้ชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา และต้องเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ฎีกาของจำเลยมิได้บรรยายถึงเนื้อหาแห่งคำฟ้อง คำให้การ คำพิพากษาศาลชั้นต้น และคู่ความฝ่ายที่อุทธรณ์ เมื่ออ่านโดยตลอดแล้ว ไม่อาจทราบได้ว่าโจทก์ฟ้องจำเลยว่าอย่างไร จำเลยให้การต่อสู้คดีว่าอย่างไร ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าอย่างไร ทั้งไม่อาจทราบได้ว่าข้อที่จำเลยยกขึ้นโต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์นั้น เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นหรือไม่ ฟ้องฎีกาของจำเลยจึงเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172ประกอบด้วยมาตรา 246, 247.โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์บรรทุกไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ ด้วยความประมาท เป็นเหตุให้ชนรถยนต์โดยสารของโจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหาย จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ ๑ ไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ ไม่ใช่ผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุ เหตุเกิดเพราะความประมาทของพนักงานขับรถของโจทก์ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม โจทก์ไม่ได้รับความเสียหายตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๓ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลยที่ ๒จำเลยที่ ๒ ไม่ใช่ผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุ เหตุเกิดเพราะความประมาทของพนักงานขับรถของโจทก์ ฟ้องโจทก์เคลื