ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5205/2533

ประเด็นกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยอื่นหมิ่นประมาทโดยการลงข่าวในหนังสือพิมพ์ จำเลยที่ 1 รับเพียงว่ามีการลงข่าวตามฟ้อง แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้ให้ข่าว

หลักกฎหมาย

ในคดีอาญา โจทก์มีภาระพิสูจน์ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง การที่จำเลยรับข้อเท็จจริงบางอย่างแต่ปฏิเสธความผิด ไม่ทำให้ภาระพิสูจน์ของโจทก์หมดไป โจทก์ต้องสืบพยานให้ศาลเชื่อว่าจำเลยกระทำความจริงตามฟ้อง หากโจทก์ไม่สืบพยาน ก็ฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิด

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยอื่นหมิ่นประมาทโดยลงข่าวในหนังสือพิมพ์ จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ ต่อมาจำเลยที่ 1 แถลงรับเพียงว่ามีการลงข้อความตามฟ้องจริง แต่ไม่ได้ยอมรับว่าเป็นผู้ให้ข่าวหรือร่วมกระทำความผิด โจทก์แถลงไม่ติดใจสืบพยาน

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5205/2533นายสถิตย์ กาญจนวิสิษฐผลโจทก์นายศรีไทย ศรีเวทย์บดี กับพวกจำเลย ป.อ. , ม. 328 ป.วิ.อ. , ม. 185จำเลยที่ 1 แถลงรับแต่เพียงว่าได้มีการลงข้อความประกาศโฆษณาตามที่โจทก์อ้างในฟ้องในหนังสือพิมพ์จริงเท่านั้น มิได้ยอมรับว่าเป็นผู้ให้ข่าวนั้นแก่หนังสือพิมพ์ หรือได้ร่วมกับจำเลยที่ 2และที่ 3 ลงข่าวดังกล่าวเพื่อใส่ความโจทก์ เมื่อโจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 สมคบกับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ลงข่าวในหนังสือพิมพ์ใส่ความโจทก์และจำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ โจทก์มีหน้าที่จะต้องนำสืบพิสูจน์และนำข้อเท็จจริงมาสู่ศาลเพื่อให้ฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้กระทำความผิดตามฟ้อง เมื่อโจทก์ไม่สืบพยาน จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้กระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทโจทก์.โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นกรรมการของบริษัทยูนิบราเดอร์จำกัด และเป็นผู้ให้ข่าวแก่หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ฉบับพิพาท จำเลยที่ ๒ เป็นบรรณาธิการ ควบคุมบทประพันธ์ ผู้พิมพ์ ผู้โฆษรา จำเลยที่ ๓ เป็นบรรณาธิการข่าว ผู้ควบคุมข่าวของหนังสือพิมพ์ดังกล่าวจำเลยทั้งสามได้ร่วมกันลงข่าวประกาศโฆษณาใส่ความโจทก์และบริษัทจิ้วฮวด จำกัด ซึ่งมีอาชีพเป็นพ่อค้านักธุรกิจได้ร่วมกันฉ้อฉลกระทำผิดกฎหมายผิดสัญญาต่อบริษัทยูนิบราเดิร์ จำกัด ไม่ยอมนำผลิตภัณฑ์ของบริษัทจิ้วฮวด จำกัด ซึ่งโจทก์เป็นกรรมการผู้มีอำนาจส่งมอบให้แก่บริษัทยูนิบราเดอร์ จำกัด เป็นผู้จัดจำหน่ายตามสัญญาจัดจำหน่าย ทั้ง ๆ ที่สัญญายังเหลือระยะเวลาอีก ๑ ปี และโจทก์เป็นบุคคลเจ้าเล่ห์ที่ฉกฉวยเอาแต่ประโยชน์โดยการชักจูงพนักงานของบริษัทยูนิบราเดอร์ จำกัด มาทำงานอยู่กับบริษัทจิ้วฮวด จำกัดโดยการให้ค่าจ้างเพิ่มขึ้นจากเดิม ๕๐ เปอร์เซ็นต์ และแจกรถยนต์เก๋งให้อีก และโจทก์กับบริษัทจิ้วฮวด จำกัด มี