คำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขอให้พิจารณาคำขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาใหม่เพื่อนำพยานหลักฐานเพิ่มเติมแสดงความยากจน คู่ความสามารถอุทธรณ์ฎีกาได้ ไม่ต้องห้ามตาม
คำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขอให้พิจารณาคำขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาใหม่เพื่ออนุญาตให้นำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าผู้ขอเป็นคนยากจน คู่ความย่อมมีสิทธิอุทธรณ์ฎีกาต่อไปได้ ไม่มีกฎหมายบัญญัติว่าคำสั่งของศาลอุทธรณ์เป็นที่สุด และไม่อาจปรับเข้ากับ ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคห้า
พิพากษายืน หากจำเลยยังติดใจอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ก็ให้นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายใน 10 วัน นับแต่วันทราบคำพิพากษา
จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคำขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาใหม่เพื่อนำพยานหลักฐานเพิ่มเติมแสดงความยากจน แต่ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติแล้วว่าจำเลยมีส่วนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทและทำสัญญาจะขายในราคาสูงถึง 977,450 บาท
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5220/2533นางทองดี เคลือบทอง กับพวกโจทก์นายสมจิตต์ หรือ จิตร ถนอมวงษ์ โดย นางสาคร บรรพโตผู้เข้าเป็นคู่ความแทน ป.วิ.พ. , ม. 84, ม. 156 วรรคสี่, ห้าคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งยกคำร้องขอให้พิจารณาคำขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาใหม่ เพื่ออนุญาตให้นำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าผู้ขอเป็นคนยากจน คู่ความย่อมอุทธรณ์ฎีกาต่อไปได้ จำเลยยื่นคำร้องขอนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าจำเลยยากจน แต่ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามคำฟ้องและคำให้การแล้วว่าจำเลยมีส่วนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทซึ่งจำเลยทำสัญญาจะขายที่ดินส่วนของจำเลยให้โจทก์ในราคาสูงถึง 977,450 บาท ดังนี้แม้จำเลยจะมีพยานหลักฐานเพิ่มเติมอื่นใดก็ไม่อาจรับฟังหักล้างข้อเท็จจริงที่ยุติดังกล่าวแล้วได้ ศาลชั้นต้นจึงชอบที่จะยกคำร้องของจำเลยเสียได้โดยไม่ต้องไต่สวน.คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทำสัญญาและจดทะเบียนโอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ ๘๒๓๐ เฉพาะส่วนของจำเลย กับชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ ก่อนอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยถึงแก่ความตาย นางสาครบรรพโตบุตรจำเลยยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยยื่นอุทธรณ์พร้อมคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยยื่นคำร้องขออนุญาตนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าจำเลยเป็นคนยากจน ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์สั่งให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนแล้วมีคำสั่งใหม่ ศาลอุทธรณ์สั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ทั้งสองแก้ฎีกาว่า คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นเป็นที่สุดแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๕๖ วรรคห้านั้นพิเคราะห์แล้วเห็