ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5241/2533

ประเด็นกฎหมาย

การจำนองที่ดินที่มี น.ส.3 เป็นหลักฐานยังคงมีผลบังคับได้แม้ที่ดินจะเปลี่ยนเป็นโฉนดและผู้ซื้อภายหลังได้มาโดยสุจริต

หลักกฎหมาย

การจำนองที่ดินที่มี น.ส.3 เป็นหลักฐานโดยชอบยังไม่ระงับสิ้นไป แม้ภายหลังที่ดินจะเปลี่ยนเป็นโฉนดและผู้ซื้อได้กรรมสิทธิ์โดยสุจริต สิทธิของผู้รับจำนองที่มีอยู่เดิมย่อมไม่เสียไป ตาม ป.พ.พ. มาตรา 744 และ 702 วรรคสอง

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับให้ยกคำร้องขัดทรัพย์ของผู้ร้อง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์รับจำนองที่ดินตาม น.ส.3 เลขที่ 408 ตั้งแต่ปี 2512 ต่อมาที่ดินดังกล่าวได้ออกโฉนดเป็นสองแปลง ผู้ร้องซื้อที่ดินโฉนดทั้งสองแปลงโดยสุจริตโดยไม่ทราบว่ามีการจำนอง โจทก์นำยึดที่ดินดังกล่าว ผู้ร้องยื่นคำร้องขัดทรัพย์

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5241/2533ธนาคารนครหลวงไทย จำกัดโจทก์นางสายทอง สังฆธรรมผู้ร้องนางบัว สินทิพลา กับพวกจำเลย ป.พ.พ. , ม. 703, ม. 705, ม. 716, ม. 717, ม. 744 ป.วิ.พ. , ม. 246ผู้ร้องมิได้อุทธรณ์ว่าที่ดินพิพาททั้งสองแปลงเป็นคนละแปลงกับที่ดินตาม น.ส.3 เลขที่ 408 ข้อเท็จจริงจึงต้องฟังเป็นยุติตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ที่ดินพิพาททั้งสองแปลงเป็นส่วนหนึ่งของที่ดิน น.ส.3 เลขที่ 408 ที่โจทก์เป็นผู้รับจำนองและนำยึดไว้การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าพยานหลักฐานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าที่ดินพิพาททั้งสองแปลงของผู้ร้องเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตาม น.ส.3เลขที่ 408 จึงเป็นการมิชอบ ที่ดินพิพาทมีโฉนดของผู้ร้องเป็นส่วนหนึ่งของที่ดิน น.ส.3เลขที่ 408 ซึ่งโจทก์เป็นผู้รับจำนองไว้โดยชอบในขณะที่มี น.ส.3เป็นหลักฐานโดยมีชื่อผู้จำนองเป็นเจ้าของ การจำนองยังไม่ระงับสิ้นไปโจทก์ยังคงมีสิทธิบังคับจำนองเอากับที่ดินทั้งสองแปลงได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 744 และ 702 วรรคสอง การที่ผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในภายหลังแม้จะได้มาโดยสุจริตก็ไม่ทำให้สิทธิของโจทก์ที่มีอยู่เดิมเสียไป.คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองในฐานะทายาทผู้รับมรดกของนายสิง สินทิพลา ผู้วายชนม์ ร่วมกันชำระหนี้จากกองมรดกให้แก่โจทก์ หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระก็ให้ยึดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ ๔๐๘ พร้อมสิ่งปลูกสร้างที่นายสิง สินทิพลา ผู้วายชนม์ จำนองค้ำประกันลูกหนี้ของโจทก์ไว้ออกขายทอดตลาด นำเงินชำระหนี้ให้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้โจทก์ขอให้บังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ ๔๐๘ พร้อมบ้านเลขที่ ๓๔๑/๕ ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินดังกล่าว ผู้ร้องขัดทรัพย์ยื่นคำร้องว่า ทรัพย์ที่