ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5245/2533

ประเด็นกฎหมาย

ฟ้องเรียกเงินตามเช็คที่ออกชำระหนี้ค่าสินค้า แม้ผู้ซื้อสินค้าเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด แต่เมื่อจำเลยในฐานะส่วนตัวออกเช็คชำระหนี้ จำเลยต้องรับผิดตามเนื้อควา

หลักกฎหมาย

ผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็คนั้น แม้หนี้เดิมเกิดจากการซื้อขายโดยนิติบุคคลอื่น แต่เมื่อจำเลยในฐานะส่วนตัวออกเช็คชำระหนี้ให้แก่โจทก์ จำเลยก็ต้องรับผิดตามเช็ค

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยชำระเงิน 40,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 12 ตุลาคม 2526 จนกว่าจะชำระเสร็จ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ห้างหุ้นส่วนจำกัดซึ่งจำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการเป็นผู้ซื้อสินค้าจากโจทก์ แต่จำเลยในฐานะส่วนตัวออกเช็คชำระหนี้ค่าสินค้าให้แก่โจทก์

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5245/2533ห้างหุ้นส่วนจำกัดเจ.บี.พี.เพ็นท์โจทก์นายวิเชียร ธนะศรานวรคุณจำเลย ป.พ.พ. , ม. 914, ม. 989, ม. 1077, ม. 1087 ป.วิ.พ. , ม. 172, ม. 225, ม. 247ปัญหาเรื่องฟ้องเคลือบคลุม จำเลยมิได้อุทธรณ์เป็นประเด็นไว้จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์และไม่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย คำฟ้องของโจทก์ได้บรรยายถึงมูลหนี้ซื้อขายเดิม และมูลหนี้ที่จำเลยออกเช็คพิพาทชำระหนี้ราคาสินค้านั้นให้แก่โจทก์ด้วยดังนั้น แม้ข้อเท็จจริงปรากฏว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดซึ่งจำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการเป็นผู้ซื้อสินค้าจากโจทก์ แต่เมื่อจำเลยในฐานะส่วนตัวได้ออกเช็คพิพาทชำระหนี้ให้แก่โจทก์ จำเลยผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คก็ต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็คนั้นโจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้สั่งซื้อสินค้าจากโจทก์หลายคราว และค้างชำระค่าสินค้าเป็นเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท จำเลยสั่งจ่ายเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัดสาขาศรีนครพิงค์ ลงวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๒๖ จำนวนเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท ชำระหนี้ค่าสินค้าให้แก่โจทก์แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่าย ขอให้จำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะมิได้บรรยายว่าการที่จำเลยออกเช็คเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๒๖ เป็นการชำระหนี้ค่าสินค้าซึ่งถึงกำหนดเมื่อใดทำให้จำเลยหลงต่อสู้และไม่สามารถต่อสู้คดีได้ จำเลยไม่เคยซื้อสินค้าจากโจทก์เช็คตามฟ้องเป็นเช็คของจำเลยจริงแต่โจทก์นำมาฟ้องเรียกค่าสินค้ามิได้ฟ้องเรียกเงินตามเช็คจำเลยจึงไม่ต้องรับผิด ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๔๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ ๑๒ตุลาคม ๒๕๒๖ จนกว่าจะชำระเสร