ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5282/2533

ประเด็นกฎหมาย

การประเมินราคาสินค้าชิ้นส่วนโดยเทียบเคียงกับราคาสินค้าครบชุดที่นำเข้าภายหลังไม่ถือเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาด และการเรียกดอกเบี้ยผิดนัดซ้ำกับเงินเพิ่

หลักกฎหมาย

ราคาอันแท้จริงในท้องตลาดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 2 ต้องเป็นราคาขายส่งเงินสดของของประเภทและชนิดเดียวกัน ณ เวลาและที่ที่นำของเข้า การเทียบเคียงราคาสินค้าชิ้นส่วนกับสินค้าครบชุดที่นำเข้าภายหลังไม่ถูกต้อง และการกำหนดราคาเป็นร้อยละ 40 โดยไม่มีหลักเกณฑ์ไม่ถือเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาด ส่ว

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองชำระเงินให้โจทก์ทั้งสองจำนวน 15,362.12 บาท

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 1 นำเข้าชิ้นส่วนเครื่องรับโทรทัศน์เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2521 เจ้าพนักงานประเมินราคาในปี 2523 โดยเทียบเคียงกับบัตรราคาเครื่องรับโทรทัศน์ครบชุดที่นำเข้าภายหลังประมาณ 2 ปี และกำหนดราคาชิ้นส่วนเป็นร้อยละ 40 ของราคาครบชุด โดยไม่มีหลักเกณฑ์

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5282/2533กรมศุลกากร กับพวกโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัดป้อทงเอ็นเตอร์ไพรส์ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. , ม. 1077, ม. 1087 ป.รัษฎากร , ม. 89 ทวิ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 การที่เจ้าพนักงานของโจทก์ประเมินราคาชิ้นส่วนสินค้าตู้เครื่องรับโทรทัศน์พร้อมหลอดภาพที่จำเลยที่ 1 นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยเทียบเคียง ราคากับบัตรราคาเครื่องรับโทรทัศน์ครบชุดชนิดเดียวกันที่นำเข้ามาภายหลังประมาณ 2 ปีนั้น มิใช่ราคาณ เวลาที่นำของเข้าและเป็นของชนิดเดียวกัน และการที่เจ้าพนักงานของโจทก์กำหนดราคาสินค้าของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นชิ้นส่วนร้อยละ40 ของราคาสินค้าครบชุดโดยไม่มีกฎเกณฑ์ให้เห็นว่าเพราะเหตุใดถือไม่ได้ว่าราคาที่เจ้าพนักงานของโจทก์ประเมินเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาด สำหรับภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลที่ประเมินเพิ่มนั้นจำเลยที่ 1 มิได้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามที่กำหนดไว้ในประมวลรัษฎากร มาตรา 30 ภาษีส่วนนี้จึงยุติและจำเลยที่ 1จะต้องรับผิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 2 ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ด้วย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1077, 1087 ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 89 ทวิ หากผู้ประกอบการค้าไม่ชำระภาษีการค้าภายในกำหนดเวลาก็ต้องชำระเงินเพิ่มตามอัตราที่กฎหมายกำหนด อันเป็นทางแก้กรณีลูกหนี้ผิดนัดโดยเฉพาะแล้ว จะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 ว่าด้วยดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดมาเรียกร้องเอากับลูกหนี้ซ้ำอีกไม่ได้.โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๒๑ จำเลยที่ ๑ นำสินค้าอะไหล่เครื่องรับโทรทัศน์ ๒ รายการ จำนวน ๕๐ หีบห่อ จากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาในประเทศไทย ได้ชำระภาษีอากรและวางเงินประกันค่าภาษีอากรพร้อมกับรับสินค้าไปแล้ว ต่อมาเจ้าหน้าที่ของโจทก์ที่ ๑