ลูกจ้างขนย้ายน้ำตาลทรายโดยไม่ทราบระเบียบ ไม่เป็นตัวการหรือผู้สนับสนุนความผิดตาม พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย
การเป็นตัวการร่วมในความผิดที่กำหนดคุณสมบัติเฉพาะตัว ผู้กระทำต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนผู้สนับสนุนต้องมีเจตนาช่วยเหลือโดยรู้ว่าการกระทำนั้นเป็นความผิด การไม่ทราบระเบียบซึ่งเป็นข้อเท็จจริงทำให้ขาดเจตนาสนับสนุน
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องจำเลยทั้งสอง และคืนของกลาง
จำเลยทั้งสองเป็นลูกจ้างของเจ้าของรถบรรทุก ขับรถขนย้ายน้ำตาลทรายดิบออกนอกโรงงาน โดยไม่ทราบระเบียบของคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายว่าด้วยการขนย้าย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5299/2533พนักงานอัยการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์โจทก์นายดอเลาะ หะยีสะและ กับพวกจำเลย พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ.2527 , ม. 71, ม. 76 ป.อ. , ม. 83, ม. 86ตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527 มาตรา 44(7), 71และมาตรา 76 ได้บัญญัติเอาผิดและลงโทษแก่โรงงานและผู้แทนนิติบุคคลที่ขนย้ายน้ำตาลทรายที่ผลิตได้ออกนอกบริเวณโรงงาน โดยฝ่าฝืนระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดเมื่อปรากฏว่า จำเลยเป็นเพียงลูกจ้างของ ม. เจ้าของรถยนต์บรรทุกคันที่บรรทุกน้ำตาลทรายออกนอกบริเวณโรงงาน จำเลยจึงมิใช่โรงงานหรือบุคคลที่กฎหมายระบุให้ถือว่าเป็นผู้กระทำผิดเช่นเดียวกับนิติบุคคลซึ่งได้กระทำความผิด จำเลยย่อมขาดลักษณะหรือคุณสมบัติเฉพาะตัวอันเป็นองค์ประกอบความผิด จึงไม่อาจเป็นตัวการร่วมกระทำความผิดกับโรงงานได้ การที่จะลงโทษบุคคลฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดใดจะต้องได้ความว่าบุคคลนั้นมีเจตนาที่จะสนับสนุนการกระทำความผิดนั้น โดยรู้ว่าตนได้ช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการที่ผู้อื่นกระทำความผิดก่อนหรือขณะกระทำความผิด การขนย้ายน้ำตาลทรายออกนอกบริเวณโรงงานมิใช่เป็นการกระทำผิดเสมอไป จะเป็นความผิดต่อเมื่อการขนย้ายนั้นฝ่าฝืนระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด ระเบียบดังกล่าวนี้มีว่าอย่างไรล้วนแต่เป็นข้อเท็จจริง ถึงแม้จะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วก็หาใช่ข้อกฎหมายไม่ เมื่อโจทก์นำสืบฟังไม่ได้ว่าจำเลยทราบระเบียบของคณะกรรมการ จึงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการที่ผู้อื่นกระทำความผิดจำเลยย่อมไม่มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่ามีผู้กระทำผิดต่อพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527 มาตรา 44(7) โดยใช้รถยนต์บรรทุกของกลางขนย้ายน้ำตาลทรายดิบที่ผลิต