ภริยาร่วมกับสามีมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยภริยาถูกชักจูงจากสามีซึ่งเป็นผู้ติดยาเสพติด
การมีเฮโรอีนปริมาณมากคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ถึง 4.467 กิโลกรัม ถือว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ มาตรา 15 วรรคสอง แต่การที่ภริยากระทำความผิดเนื่องจากอิทธิพลของสามีซึ่งเป็นผู้ติดยาเสพติด เป็นเหตุบรรเทาโทษ ไม่สมควรลงโทษประหารชีวิต
แก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยที่ 3 มีความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ มาตรา 66 วรรคสอง ประกอบ ป.อ. มาตรา 83 ให้จำคุกตลอดชีวิต
จำเลยที่ 3 เป็นภริยาจำเลยที่ 2 ชาวต่างประเทศ เดินทางมาประเทศไทยพร้อมกัน จำเลยที่ 2 รับห่อเฮโรอีนจากจำเลยที่ 1 แล้วส่งให้จำเลยที่ 3 ซึ่งเปิดดูแล้วคล้องไว้กับรถเข็นเด็กที่มีบุตรนั่งอยู่ พฤติการณ์แสดงว่าร่วมกันมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5309/2533พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายสุพจน์หรือจอนนี่ กิตติเดชดำเกิง กับพวกจำเลย ป.อ. พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม. 66 วรรคสองจำเลยที่ 3 เป็นภริยาจำเลยที่ 2 บุคคลทั้งสองเป็นชาวต่างประเทศเดินทางเข้ามาในประเทศไทยพร้อมกัน ในวันเกิดเหตุจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ไปพบปะพูดกับจำเลยที่ 1 ด้วยกันเมื่อจำเลยที่ 2 รับห่อเฮโรอีนจากจำเลยที่ 1 ใส่ถุงกระดาษถือมาที่ห้างสรรพสินค้าเที่ยวแรกแล้วจำเลยที่ 2 ก็ส่งให้แก่จำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 ได้เปิดดูแล้วคล้อง ถุงกระดาษไว้กับรถเข็นเด็กซึ่งมีบุตรนั่งอยู่พฤติการณ์ถือได้ว่าจำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 2 มีเฮโรอีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย.โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๑๕, ๖๖, ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๑, ๘๓ และริบของกลาง จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ ๒ ให้การรับสารภาพเฉพาะข้อหาฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครอง ส่วนข้อหามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๖๖ วรรคสองให้ประหารชีวิตจำเลยทั้งสาม จำเลยที่ ๒ ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นศาล เป็นการให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ ๒ ตลอดชีวิต ของกลางริบ จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ฎีกา ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขอถอนฎีกา ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาต ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า จำเลยที่ ๒ เป็นสามีของจำเลยที่ ๓ บุคคลทั้งสองเป็นชาว