ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5310/2533

ประเด็นกฎหมาย

ฟ้องขอให้ลงโทษฐานทำร้ายร่างกายสาหัส แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าเป็นเพียงทำร้ายร่างกายไม่สาหัส ศาลลงโทษตามความผิดที่ปรากฏได้หรือไม่

หลักกฎหมาย

แม้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้รับอันตรายสาหัสตามมาตรา 297(8) แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาเป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายตามมาตรา 295 ก็ไม่ถือว่าข้อเท็จจริงแตกต่างกับฟ้อง ศาลลงโทษตามมาตรา 295 ได้

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้จำคุก 1 ปี ฐานทำร้ายร่างกายตามมาตรา 295

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยใช้มีดปลายแหลมแทงผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย แต่ไม่ถึงกับสาหัส โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานทำร้ายร่างกายสาหัสตามมาตรา 297(8)

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5310/2533พนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์นายสุบิน ด้วงพิบูลย์จำเลย ป.อ. , ม. 297 (8) ป.วิ.อ. ข้อเท็จจริงปรากฏในการพิจารณาว่า จำเลยใช้มีดปลายแหลมแทงผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 แม้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้รับอันตรายสาหัสตาม มาตรา 297(8) ก็ไม่ถือว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับฟ้องย่อมลงโทษจำเลยตาม มาตรา 295 ได้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗(๘) จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๕ ให้จำคุก ๑ ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายโดยฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยใช้มีดปลายแหลมแทงผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ คดีนี้แม้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗(๘) ก็ไม่ถือว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับฟ้อง ลงโทษตามมาตรา ๒๙๕ ได้ พิพากษายืน.(สุเทพ กิจสวัสดิ์-เคียง บุญเพิ่ม-ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล)ศาลอาญา - นายประทีป เฉลิมภัทรกุลศาลอุทธรณ์ - นายพิศาล พิริยะสถิตแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ