ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5332/2533

ประเด็นกฎหมาย

ศาลชั้นต้นงดสืบพยานและพิพากษาโดยยังไม่ฟังข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทเป็นการชอบหรือไม่

หลักกฎหมาย

เมื่อคดีมีข้อเท็จจริงที่ยังไม่ยุติเกี่ยวกับสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ศาลต้องฟังพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่ายก่อน จึงจะวินิจฉัยได้ การที่ศาลชั้นต้นงดสืบพยานแล้วพิพากษาโดยยังไม่ฟังข้อเท็จจริงเป็นการไม่ชอบ

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีเป็นการไม่ชอบ ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาใหม่

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยอ้างที่ดินเป็นของโจทก์จากการซื้อทอดตลาด จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่าที่ดินเป็นของจำเลยตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 993 ซึ่งออกก่อนและทับที่ดินโจทก์ ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทแล้วงดสืบพยานและพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี โดยยังไม่ฟังข้อเท็จจริง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5332/2533นางสาวจินตนา คุ้มวงษ์โจทก์นางวนิดา แจวเจริญจำเลย ป.พ.พ. ป.วิ.พ. ม. 177 วรรคสองโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยอ้างว่าที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินน.ส.3 ก. เลขที่ 1206 ของโจทก์ซึ่งซื้อจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดิน น.ส.3 ก.เลขที่ 993 ซึ่งจำเลยซื้อจากเจ้าของที่ดินเดิมและครอบครองต่อจากเจ้าของที่ดินเดิม น.ส.3 ก. ของโจทก์ออกภายหลัง เฉพาะตรงที่พิพาททับที่ดินจำเลย โจทก์ไม่เคยเข้าครอบครองที่พิพาท โจทก์ไม่มีสิทธิครอบครองซึ่งหมายความว่า ที่ดินตาม น.ส.3 ก. ของจำเลยเป็น น.ส.3 ก. ที่ชอบด้วยกฎหมายและไม่เคยมีการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล โจทก์จะอ้างสิทธิว่าเป็นที่ดินที่โจทก์ซื้อมาจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลไม่ได้ ซึ่งโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่าน.ส.3ก.ของจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะออกทับ น.ส.3ก. ของโจทก์ข้อเท็จจริงยังไม่เป็นที่ยุติทางใดทางหนึ่ง และตามฟ้องโจทก์ไม่ได้กล่าวหาว่าจำเลยรู้ถึงการขายทอดตลาดที่ดินน.ส.3ก.ของโจทก์ ซึ่งมีอาณาเขตมาทับที่ดินตาม น.ส.3ก.ของจำเลย จำเลยจึงไม่ได้ไปร้องขัดทรัพย์หรือไปคัดค้านการขายทอดตลาด อันเป็นเรื่องที่จะต้องฟังข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่ายเสียก่อน การที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วฟังว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองที่พิพาทจึงไม่ชอบ จำเลยขอเพิ่มประเด็นว่า ที่พิพาทได้มาโดยสุจริตหรือไม่เพียงใดปรากฏว่าจำเลยให้การไว้ตอนแรกว่า "โจทก์บกพร่องไม่สืบเรื่องราวก่อนซื้อว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยโดยชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ชอบที่จะไปร้องขอคืนเงินจากกองพิทักษ์ทรัพย์..."ซึ่งหมายความว่าโจทก์ไม่ทราบว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยโดยชอบ เพราะความบกพร่องของโจทก์ที่ไม่สืบเรื่องราวก่อนซื้อ แต่ใ