ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5379/2533

ประเด็นกฎหมาย

สัญญาที่ไม่มีข้อความระบุว่าเป็นการซื้อขายที่ดินและไม่มีข้อกำหนดเรื่องผลของการไม่ชำระเงิน ถือเป็นสัญญาซื้อขายหรือไม่

หลักกฎหมาย

การตีความสัญญาต้องถือเอาเจตนาของคู่สัญญาเป็นสำคัญ เมื่อสัญญาไม่มีข้อความระบุว่าเป็นการซื้อขายที่ดินและไม่มีข้อกำหนดเรื่องผลของการไม่ชำระเงิน ย่อมฟังไม่ได้ว่าคู่สัญญามีเจตนาซื้อขายที่ดินกัน โจทก์จึงไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาและขับไล่จำเลย

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องเรียกเงินตามสัญญา

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์อ้างว่าจำเลยซื้อที่ดินส่วนที่รุกล้ำตามสัญญาเอกสารหมาย จ.1 ซึ่งมีข้อความเพียงว่าจำเลยจะจ่ายเงิน 2,000 บาท ภายใน 60 วัน โดยไม่มีข้อความระบุว่าเป็นการซื้อขายหรือผลของการไม่ชำระเงิน จำเลยปฏิเสธว่าให้เงินเพื่อไม่ต้องดำเนินคดี โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานอื่นสนับสนุน

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5379/2533นายลี จรูญชัย กับพวกโจทก์นางหนูเล็ก โสภีผ่อง หรือ กาชัยจำเลย ป.พ.พ. ป.วิ.พ. , ม. 142โจทก์อ้างว่าจำเลยซื้อที่ดินโจทก์เฉพาะส่วนที่จำเลยรุกล้ำตามสัญญาเอกสารหมาย จ.1 แล้วไม่ชำระราคาตามกำหนด โจทก์บอกเลิกสัญญาแล้ว ขอให้ขับไล่จำเลย จำเลยกล่าวแก้ว่าส่วนที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยรุกล้ำจำเลยครอบครองมาตั้งแต่ได้รับยกให้ โจทก์จำเลยโต้เถียงกัน เพื่อไม่ให้ต้องดำเนินคดีกัน จำเลยยินยอมให้เงินโจทก์ 2,000 บาทได้ทำสัญญาเอกสารหมาย จ.1 ไว้ ปรากฏว่าตามสัญญาเอกสารหมายจ.1 ไม่มีข้อความใดระบุว่าเป็นการซื้อขาย คงมีแต่เพียงว่าจำเลยจะจ่ายเงินให้โจทก์ 2,000 บาท ใน 60 วัน และไม่มีข้อความใดระบุว่าถ้าหากจำเลยไม่ใช้เงินแก่โจทก์ตามกำหนดแล้ว คู่สัญญาต้องปฏิบัติอย่างไรต่อกันจึงต้องถือเอาเจตนาในการเข้าทำสัญญาระหว่างกันจำเลยมีหน้าที่ต้องชำระเงินตามสัญญา แต่โจทก์ไม่ได้ขอให้บังคับตามข้อนี้ ส่วนประเด็นที่โจทก์อ้างว่าจำเลยซื้อขายที่ดินส่วนที่รุกล้ำนั้นจำเลยปฏิเสธว่าให้เงินเพื่อไม่ต้องดำเนินคดีแก่กัน ซึ่งโจทก์ไม่ได้นำสืบตามข้อกล่าวอ้าง จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยตกลงจะซื้อที่ดินของโจทก์ ศาลจึงบังคับขับไล่จำเลยตามฟ้องไม่ได้.โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า จำเลยได้ปลูกเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ที่ ๑ เฉพาะส่วนที่จะยกให้แก่โจทก์ที่ ๒ ต่อมาจำเลยได้ตกลงซื้อที่ดินส่วนที่รุกล้ำจากโจทก์ที่ ๑ ปรากฏตามหนังสือสัญญาเอกสารท้ายฟ้อง เมื่อครบกำหนดจำเลยไม่ชำระเงินโจทก์ที่ ๑ จึงบอกเลิกสัญญาและให้จำเลยรื้อถอนเรือนออกไปกับทำที่ดินให้เป็นตามเดิมแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนเรือนออกไปจากที่ดินเฉพาะส่วนซึ่งต่อมาโจทก์ที่ ๒ ได้รับการยกให้แล้ว เนื้อที่กว้าง๑๐ ศอกครึ่ง ยาว ๑๕ ศอก และทำที่ด