ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5409/2533

ประเด็นกฎหมาย

การยิงปืนใส่กลุ่มบุคคลในระยะใกล้ชิดด้วยอาวุธปืนลูกซองสั้น ถือเป็นเจตนาฆ่าโดยตรง ไม่ใช่การกระทำโดยพลาด

หลักกฎหมาย

การใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นยิงในระยะใกล้ชิดใส่กลุ่มบุคคล ผู้กระทำย่อมเล็งเห็นผลได้ว่ากระสุนปืนอาจถูกผู้เสียหายถึงแก่ความตายได้ จึงถือว่ามีเจตนาฆ่าโดยตรง มิใช่เป็นการกระทำโดยพลาดตามมาตรา 60

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นและพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานฆ่าผู้อื่นซึ่งเป็นบทหนัก จำเลยที่ 1 วางโทษประหารชีวิต จำเลยที่ 2 อายุ 16 ปีเศษ ลดมาตราส่วนโทษกึ่งหนึ่งแล้วจำคุกตลอดชีวิต

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยทั้งสองไล่ตามผู้เสียหายที่ 1 และ 2 มาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งผู้เสียหายที่ 1 และ 2 ได้เข้าไปนั่งรวมอยู่ในกลุ่มผู้เสียหายที่ 3 ถึง 6 แล้ว จำเลยทั้งสองอยู่ห่างประมาณ 2 วา ใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นยิงใส่กลุ่มผู้เสียหายทันที

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5409/2533พนักงานอัยการ จังหวัดสุราษฎร์ธานี.โจทก์นายสมศักดิ์ หรือ โต ฤทธาภัย กับพวกจำเลย ป.อ. , ม. 59 วรรคสอง, ม. 60, ม. 80, ม. 90, ม. 91, ม. 288, ม. 289 (2) ป.วิ.อ. จำเลยทั้งสองไล่ตามผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 มาถึงที่เกิดเหตุและขณะเกิดเหตุผู้เสียหายที่ 1 ที่ 2 ได้เข้าไปนั่งรวมอยู่ในกลุ่มของผู้เสียหายที่ 3 ถึงที่ 6 แล้ว จำเลยทั้งสองตามมาถึงโดยอยู่ห่างไปประมาณ 2 วา พร้อมกับใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มผู้เสียหายทันที เมื่อปรากฏว่าอาวุธปืนที่ใช้ยิงเป็นอาวุธปืนลูกซองสั้น และยิงในระยะใกล้ชิดเช่นนี้ จำเลยย่อมเล็งเห็นผลได้ว่ากระสุนปืนอาจถูกผู้เสียหายถึงแก่ความตายได้ จึงถือได้ว่าจำเลยทั้งสองมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายโดยตรง มิใช่เป็นการกระทำโดยพลาด ผู้เสียหายที่ 3 ที่ 4 เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่งเครื่องแบบถูกยิงขณะที่ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 ว่าถูกคนร้ายไล่ยิง และผู้เสียหายที่ 3 กำลังสอบปากคำผู้เสียหายที่ 1 ที่ 2เพื่อติดตามจับกุมคนร้าย ถือว่าผู้เสียหายที่ 3 ที่ 4 ถูกยิงขณะปฏิบัติหน้าที่ การที่จำเลยทั้งสองไล่ตามผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2มาจนถึงที่เกิดเหตุสามารถมองเห็นผู้เสียหายที่ 3 และที่ 4 ซึ่งแต่งเครื่องแบบตำรวจได้ชัดเจน ก็ย่อมทราบได้ทันทีว่าผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 หลบหนีเพื่อมาขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่จำเลยทั้งสองก็ยังยิงปืนใส่กลุ่มผู้เสียหาย เป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่ 6 ถึงแก่ความตาย ผู้เสียหายที่ 4 และที่ 5 ได้รับอันตรายแก่กายสาหัส จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้เสียหายที่ 6 ร่วมกันพยายามฆ่าผู้เสียหายที่ 1 ที่ 2 และที่ 5และร่วมกันพยายามฆ่าผู้เสียหายที่ 3 และที่ 4 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานเพราะเหตุที่จะกระทำการตามหน้าที