ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5429/2533

ประเด็นกฎหมาย

ฟ้องคดีละเมิดลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศต้องบรรยายว่าประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญาและประเทศต้นทางให้ความคุ้มครองแก่ประเทศไทยด้วย

หลักกฎหมาย

ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 มาตรา 42 งานอันมีลิขสิทธิ์ของประเทศภาคีอนุสัญญาจะได้รับความคุ้มครองในประเทศไทยต่อเมื่อประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญานั้นด้วย และประเทศนั้นให้ความคุ้มครองแก่ประเทศไทยด้วย การบรรยายฟ้องต้องแสดงข้อเท็จจริงดังกล่าว มิฉะนั้นฟ้องไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้อง และคืนตลับแถบบันทึกภาพและเสียงของกลางแก่จำเลย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ โดยบรรยายว่าภาพยนตร์เป็นลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วมซึ่งเป็นนิติบุคคลในฮ่องกงซึ่งเป็นภาคีอนุสัญญาเบอร์น แต่ไม่ได้บรรยายว่าประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญาเดียวกันและฮ่องกงให้ความคุ้มครองแก่ประเทศไทยด้วย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5429/2533พนักงานอัยการ จังหวัดเชียงใหม่โจทก์บริษัทเอเซียเทเลวิชั่น จำกัดโจทก์ร่วมนายสมชาย พิเชษฐ์พันธ์จำเลย พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 , ม. 42, ม. 44, ม. 47 ป.วิ.อ. คดีความผิดเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ โจทก์บรรยายฟ้องแต่เพียงว่าภาพยนตร์ตามฟ้องเป็นลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วมซึ่งเป็นนิติบุคคลในเมืองฮ่องกงอันเป็นดินแดนในอารักขาของประเทศสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ และเป็นภาคีแห่งอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยความคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรมทำ ณ กรุงเบอร์น เมื่อเดือนกันยายน ค.ศ. 1886 ซึ่งได้แก้ไขณ กรุงเบอร์ลิน เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ค.ศ. 1908 และสำเร็จบริบูรณ์ด้วยโปรโตคลเพิ่มเติม ลงนาม ณ กรุงเบอร์น เมื่อวันที่20 มีนาคม ค.ศ. 1914 โดยกฎหมายเมืองฮ่องกงให้ความคุ้มครองแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของภาคีอื่น ๆ แห่งอนุสัญญาดังกล่าว แต่โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่า ประเทศไทยเป็นภาคีแห่งอนุสัญญาดังกล่าวและกฎหมายฮ่องกงให้ความคุ้มครองแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของประเทศไทยด้วย ฟ้องโจทก์จึงขาดข้อความสำคัญที่จะแสดงให้เห็นว่าภาพยนตร์ตามฟ้องมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่จำเป็นสำหรับการฟ้องคดีอาญา จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521และขอให้สั่งให้ตลับแถบ บันทึกภาพและเสียงของกลางตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ตามมาตรา 47 เมื่อไม่ได้ความว่าภาพยนตร์ตามฟ้องเป็นงานมีลิขสิทธิ์ที่ได้รับความคุ้มครอง จึงต้องคืนของกลางแก่เจ้าของ.โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑มาตรา ๔, ๒๔, ๒๕, ๒๗, ๔๓,