ฎีกาในข้อหาความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาเมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องต้องห้ามฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220
เมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องในข้อหาความผิดใด คู่ความต้องห้ามฎีกาในข้อหานั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 แม้ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาแก้ในข้อหาอื่นก็ตาม
พิพากษายกฎีกาโจทก์
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและทำร้ายร่างกาย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องทั้งสองข้อหา ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยผิดเฉพาะข้อหาทำร้ายร่างกาย โจทก์ฎีกาเฉพาะข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5465/2533พนักงานอัยการ จังหวัดพิจิตรโจทก์นายประเสริฐ เสนแสงจำเลย ป.อ. , ม. 288 ป.วิ.อ. โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาร่วมกับพวกฆ่า ล. และร่วมกับพวกทำร้ายร่างกาย ช. ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองข้อหาเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดในข้อหาร่วมกับพวกทำร้ายร่างกายเพียงข้อหาเดียว ย่อมมีผลเท่ากับศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องในข้อหาความผิดฐานร่วมกับพวกฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โจทก์จึงฎีกาในข้อหาความผิดนี้ไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220.โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๙๕,๘๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕, ๘๓ จำคุก ๔ เดือน ปรับ ๒,๐๐๐ บาทตามพฤติการณ์แห่งคดีเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยเป็นเพียงการชกต่อยกัน เห็นควรรอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด ๒ ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาร่วมกับพวกฆ่านายเลือง เพ็ญโพธิ์ ผู้ตายโดยเจตนา และข้อหาร่วมกับพวกทำร้ายร่างกายนายชื่น กล่อมพร ผู้เสียหาย เมื่อปรากฏว่าศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองข้อหาความผิด โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายเพียงข้อหาเดียว จึงพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕, ๘๓นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์คงฎีกาเฉพาะในข้อหาความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ดังนี้ ข้อหาความผิดฐานทำร้ายร่างกายจึงเป็นอันยุติตามคำพิพากษาของศาลอุ