การชดใช้ค่าเสียหายภายหลังศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว ถือเป็นเหตุอันควรปรานีในการรอการลงโทษ
แม้จำเลยจะชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายภายหลังจากศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว ก็ยังถือได้ว่าเป็นเหตุอันควรปรานี โดยเฉพาะเมื่อผู้เสียหายไม่ติดใจดำเนินคดีและจำเลยรับราชการเป็นนายทหารสัญญาบัตร จึงสมควรให้โอกาสจำเลยโดยรอการลงโทษ
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุก 2 ปี แต่รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี
จำเลยขับรถโดยประมาทชนผู้ตายบนทางข้ามถนนถึงแก่ความตาย ต่อมาจำเลยชดใช้ค่าเสียหาย 280,000 บาทแก่บิดาผู้ตายภายหลังศาลชั้นต้นพิพากษา ผู้เสียหายไม่ติดใจดำเนินคดี และจำเลยรับราชการเป็นนายทหารสัญญาบัตร
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5478/2533พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายบัณฑิต บัณฑิตานนท์จำเลย ป.อ. แม้จำเลยได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นบิดาของผู้ตาย ภายหลังจากศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว ก็ยังถือได้ว่าเป็นเหตุอันควรปรานี ทั้งผู้เสียหายไม่ติดใจดำเนินคดีแพ่งและคดีอาญาแก่จำเลย และจำเลยรับราชการเป็นนายทหารสัญญาบัตร จึงควรให้โอกาสจำเลยโดยลงโทษในสถานเบาและรอการลงโทษให้จำเลย.โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ชนนางสาวศศิธรทองโสภณ ขณะกำลังเดินบนทางข้ามถนนถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐, ๒๙๑ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒มาตรา ๒๑ วรรคแรก ๓๒, ๔๓(๔), ๖๗ วรรคแรก, ๗๐, ๑๔๘, ๑๕๒, ๑๕๗ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้ลงโทษบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑ จำคุก ๔ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย ๑ ปี และให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยขับรถโดยประมาทชนผู้ตายเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายตามฟ้องโจทก์ และวินิจฉัยปัญหาตามฎีกาโจทก์ว่า มีเหตุสมควรรอการลงโทษจำเลยหรือไม่ ว่าจำเลยได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นบิดาผู้ตายเป็นเงิน ๒๘๐,๐๐๐ บาทแม้จะเป็นการชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายภายหลังจากศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว ก็ยังถือได้ว่าเป็นเหตุอันควรปรานี ทั้งผู้เสียหายไม่ติดใจดำเนินคดีแพ่งและคดีอาญาแก่จำเลยอีกต่อไป ปัจจุบันจำเลยก็รับราชการเป็นนายทหารสัญญาบัตร จึงเห็นควรให้โอกาสจำเลย โดยลงโทษในสถานเบาและรอการลงโทษให้จำเลย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๒๙๑ ซึ่งเป็น