ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5513/2533

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาว่าหนังสือมอบอำนาจที่ระบุชื่อบุคคลธรรมดาแต่ประทับตราห้างโจทก์ ถือว่าโจทก์เป็นผู้มอบอำนาจหรือไม่ และผู้สลักหลังเช็คจะอ้างว่าไม่มีมูลหนี้เพื่อปฏิเส

หลักกฎหมาย

การที่หุ้นส่วนผู้จัดการลงชื่อและประทับตราห้างในหนังสือมอบอำนาจ ถือว่าห้างเป็นผู้มอบอำนาจให้ฟ้องคดีแทนได้ และการสลักหลังเช็คย่อมก่อให้เกิดมูลหนี้ในเช็คอยู่ในตัว ผู้สลักหลังจะอ้างว่าไม่มีมูลหนี้เพื่อปฏิเสธความรับผิดต่อผู้ทรงหาได้ไม่

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินตามเช็คแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

หนังสือมอบอำนาจระบุชื่อนายปิยะ หุ้นส่วนผู้จัดการของห้างโจทก์ และประทับตราห้างโจทก์ในช่องผู้มอบอำนาจ จำเลยที่ 1 สลักหลังเช็คพิพาทแล้วธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยที่ 1 อ้างว่าไม่เคยเป็นหนี้โจทก์

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5513/2533ห้างหุ้นส่วนจำกัดโตโยต้าสุรินทร์โจทก์บริษัทตั้งฮั่วซิงกรุงเทพ จำกัด กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ป.พ.พ. , ม. 959แม้หนังสือมอบอำนาจจะมิได้ระบุโดยตรงว่าห้างโจทก์เป็นผู้มอบอำนาจให้ ม. ฟ้องคดีแทน แต่ในตอนต้นของหนังสือมอบอำนาจระบุว่า ข้าพเจ้านาย ป. และมีข้อความต่อมาว่า ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจลงนามผูกพันห้างโจทก์-------------------------------------และในช่องผู้มอบอำนาจ นอกจากนาย ป. หุ้นส่วนผู้จัดการของห้างโจทก์จะได้ลงลายมือชื่อแล้วยังได้ประทับตราของห้างโจทก์อีกด้วย ดังนี้ถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้มอบอำนาจให้ ม. ฟ้องคดีแทนโจทก์ จำเลยที่ 1 เป็นผู้สลักหลังเช็คพิพาท เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดต่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงจำเลยที่ 1 จะอ้างว่าจำเลยที่ 1 ไม่เคยเป็นหนี้โจทก์จึงไม่มีมูลหนี้ที่จะต้องรับผิดต่อโจทก์หาได้ไม่ เพราะการที่จำเลยที่ 1เข้าสลักหลังเช็คพิพาทย่อมก่อให้เกิดมูลหนี้ในเช็คอยู่ในตัว.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด มีนายปิยะ พรปริญญา เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ โจทก์มอบอำนาจให้นายมนัส เอี่ยมอดุง ฟ้องคดีแทน จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัท มีจำเลยที่ ๒ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ โจทก์เป็นผู้ทรงเช็ค ๔ ฉบับ ซึ่งห้างหุ้นส่วนจำกัดเกรทคาร์เรนท์สั่งจ่ายให้แก่จำเลยที่ ๑ แล้วจำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๒ ลงลายมือชื่อสลักหลัง และประทับตราของจำเลยที่ ๑ ส่งมอบให้แก่โจทก์เพื่อเป็นการชำระหนี้ เมื่อเช็คถึงกำหนดโจทก์นำไปเรียกเก็บเงิน แต่เรียกเก็บเงินไม่ได้ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ จำนวน ๑๐๙,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้การว่า โจทก์ไม่เคยมอบอำนาจให้นายมนัส เอี่ยมอดุง เป