ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5517/2533

ประเด็นกฎหมาย

สัญญาซื้อขายที่ดินมรดกที่ผู้จัดการมรดกทำกับภริยาน้อยโดยเจตนาลวงเป็นโมฆะ ทายาทมีสิทธิฟ้องเรียกคืนที่ดินส่วนของตน

หลักกฎหมาย

สัญญาซื้อขายที่ดินมรดกที่ผู้จัดการมรดกทำกับบุคคลอื่นโดยเจตนาลวงและสมรู้ร่วมคิดเพื่อฉ้อโกงทายาท เป็นนิติกรรมที่แสดงเจตนาลวงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1532, 1533, 1625, 1626 และ 1635 ทำให้สัญญาเป็นโมฆะ ทายาทซึ่งมีสิทธิในที่ดินมรดกย่อมมีสิทธิฟ้องเรียกเอาคืนที่ดินส่วนของตนจากผู้ที่ยึดถือไว้โดยไ

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยแบ่งที่ดินพิพาททั้งสี่แปลงให้โจทก์ทั้งสองแปลงละ 1 ใน 3 ส่วน หากไม่สามารถแบ่งได้ให้ขายทอดตลาดแล้วนำเงินมาแบ่งให้โจทก์ทั้งสองจำนวน 1 ใน 3 ส่วน และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ 400 บาทแก่โจทก์ทั้งสองนับจากวันฟ้องจนกว่าจะแบ่งเสร็จ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้จัดการมรดกซึ่งเป็นบิดาได้โอนขายที่ดินมรดกให้ภริยาน้อยของตนโดยอ้างว่าซื้อขายกัน แต่ไม่มีการชำระเงินจริงและราคาต่ำกว่าราคาตลาดมาก ทายาทซึ่งเป็นบุตรไม่ทราบและไม่ยินยอม

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5517/2533นายปัญญา โรจน์วารีรัชต์ กับพวกโจทก์นางประภาพร พรหมเดชะจำเลย ป.พ.พ. , ม. 1533, ม. 1625, ม. 1626, ม. 1635เดิม จ. เป็นเจ้าของที่ดินพิพาท จ. ตาย ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกตกเป็นของโจทก์ซึ่งเป็นบุตรของ จ. ครึ่งหนึ่งและตกเป็นของ ส. สามี จ. ครึ่งหนึ่ง ส. ในฐานะผู้จัดการมรดกของ จ. ตามคำสั่งศาลได้โอนขายที่ดินพิพาทให้จำเลยโดยเจตนาลวงด้วยสมรู้ระหว่างจำเลยกับ ส. สัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทดังกล่าวเป็นโมฆะ โจทก์ซึ่งมีสิทธิในที่ดินพิพาทย่อมมีสิทธิฟ้องเรียกเอาคืนที่ดินพิพาทส่วนของโจทก์จากจำเลยซึ่งไม่มีสิทธิยึดถือไว้ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1532, 1533, 1625, 1626และ 1635.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นบุตรของนายสุรินทร์และนางจรินทร์ปี ๒๕๒๔ นางจรินทร์ถึงแก่ความตายโดยมิได้ทำพินัยกรรมและมิได้แต่งตั้งผู้จัดการมรดกต่อมานายสุรินทร์ได้เป็นผู้จัดการมรดกของนางจรินทร์ ตามคำสั่งศาลจังหวัดสงขลานางจรินทร์กับนายสุรินทร์มีที่ดินสินสมรส ๔ แปลง ตามโฉนดเลขที่ ๑๐๘๗, ๑๐๙๙, ๑๑๐๐ และ ๑๑๐๑มีชื่อนางจรินทร์ผู้เดียวเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ เมื่อนางจรินทร์ตายที่ดินครึ่งหนึ่งจึงเป็นมรดกตกทอดมาเป็นของโจทก์ทั้งสองและนายสุรินทร์คนละส่วนเท่ากัน ในฐานะเป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตายเฉพาะส่วนของโจทก์ทั้งสองจึงมี ๑ ใน ๓ ของจำนวนทั้งหมดนายสุรินทร์ดูแลที่ดินส่วนของโจทก์ตลอดมาในฐานะเป็นบิดาและในฐานะผู้จัดการมรดกของนางจรินทร์ผู้ตาย จำเลยซึ่งเป็นภริยาน้อยของนายสุรินทร์ได้ช่วยนายสุรินทร์ดูแลที่ดินทั้ง ๔ แปลงแทนโจทก์ด้วยเมื่อปี ๒๕๒๗ นายสุรินทร์ถึงแก่ความตาย โจทก์จึงทราบว่านายสุรินทร์ได้โอนที่ดินทั้ง ๔ แปลงให้จำเลยไปแล้วตั้งแต่เดือนสิงหาคม ๒๕๒๕โดยระบุว่าซื้อขายกันโดยที่โจทก์