การสร้างรั้วกำแพงรุกล้ำที่ดินผู้อื่นไม่ใช่การปลูกสร้างโรงเรือนตามมาตรา 1312 จึงต้องรื้อถอน
การสร้างรั้วกำแพงรุกล้ำที่ดินของผู้อื่น มิใช่เป็นการปลูกสร้างโรงเรือนรุกล้ำตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1312 ดังนั้นจำเลยซึ่งสร้างโดยไม่สุจริตต้องรื้อถอนออกไป
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยรื้อกำแพงที่สร้างรุกล้ำที่ดินของโจทก์ทั้งห้าออกไปพ้นแนวเขตที่ดินของโจทก์
จำเลยสร้างรั้วกำแพงคอนกรีตรุกล้ำที่ดินโจทก์ประมาณ 10 เซนติเมตร ตลอดแนว โดยไม่สุจริต และไม่ใช่การปลูกสร้างโรงเรือน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5542/2533นายอร่ามรัตน์ ธนาสว่างกุล กับพวกโจทก์นางอุไร วิทยกุลจำเลย ป.พ.พ. ป.วิ.พ. การที่จำเลยสร้างรั้วกำแพงรุกล้ำที่ดินของโจทก์นั้น มิใช่เป็นการปลูกสร้างโรงเรือนรุกล้ำตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1312 จำเลยต้องรื้อถอนออกไป ที่จำเลยฎีกาว่า สิ่งปลูกสร้างคดีนี้มีลักษณะเช่นเดียวกับโรงเรือนเพราะปลูกสร้างแน่นหนามั่นคงติดกับที่ดิน และพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้าง พ.ศ. 2497 ให้ถือว่ากำแพงเป็นอาคารด้วยนั้นจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ในประเด็นข้อนี้ไว้ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยโจทก์ทั้งห้าฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๙๑๗ พร้อมบ้านเลขที่ ๑๑๖ โจทก์ที่ ๓ เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๔๑๙๓ พร้อมบ้านเลขที่ ๑๑๖/๑ โจทก์ที่ ๔ เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๔๑๙๒ พร้อมบ้านเลขที่ ๑๑๖/๒ และโจทก์ที่ ๕ เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๔๐๙๑ และ ๑๔๑๙๐ พร้อมบ้านเลขที่ ๑๑๖/๓ และ๑๑๖/๔ ซึ่งตั้งอยู่ที่ตรอกหน้าวัดหัวลำโพง แขวงสี่พระยาเขตบางรัก กรุงเทพมหานคร ที่ดินของโจทก์ทั้งห้าดังกล่าวมีอาณาเขตติดต่อกันและบ้านก็เป็นตึกแถวติดต่อกัน จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๗๗๘ อยู่ติดกับที่ดินของโจทก์ทั้งห้าทางด้านทิศตะวันตก เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๒๗ จำเลยก่อสร้างกำแพงคอนกรีตตามแนวเขตที่ติดต่อกันนั้นรุกล้ำที่ดินของโจทก์ทั้งห้าประมาณ ๑๐เซนติเมตร ตลอดแนว โดยไม่นำพาต่อการทักท้วงของโจทก์ทั้งห้าโจทก์ทั้งห้าแจ้งให้แก้ไขให้ถูกต้อง จำเลยก็บ่ายเบี่ยงเรื่อยมาขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนกำแพงคอนกรีตที่รุกล้ำ มิฉะนั้นให้โจทก์ทั้งห้ารื้อถอนได้เองโดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย จำเลยให้การว่า โจทก์ทั้งห้ามิใช่เจ้าของที่ด