การโอนที่ดินโดยผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวก่อนมีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ตามคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ไม่เป็นความผิดฐานยักยอก
คำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่ให้จำเลยยกที่ดินให้ผู้อื่นครึ่งหนึ่ง มีผลเพียงให้ผู้รับโอนมีสิทธิร้องขอให้บังคับคดีหรือจดทะเบียนสิทธิได้ก่อนเท่านั้น ยังไม่ทำให้ผู้รับโอนได้กรรมสิทธิ์จนกว่าจะมีการจดทะเบียน ดังนั้นที่ดินยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยแต่ผู้เดียว การโอนที่ดินทั้งหมดจึงไม่เป็นการเบียด
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ จำเลยไม่มีความผิดฐานยักยอก
จำเลยเป็นผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินแต่ผู้เดียว ต่อมาศาลพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยยกที่ดินครึ่งหนึ่งให้ ว. โดยใส่ชื่อเป็นเจ้าของรวม แต่ยังไม่มีการจดทะเบียน จำเลยโอนที่ดินทั้งหมดให้ ถ. ก่อน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5575/2533พนักงานอัยการจังหวัดนครนายกโจทก์นายธงชัย ชื่นอารมย์จำเลย ป.อ. ป.พ.พ. , ม. 1300, ม. 1336 ป.วิ.พ. จำเลยเป็นผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดิน แม้ต่อมาศาลจะพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยยกที่ดินให้ว. ครึ่งหนึ่ง โดยใส่ชื่อ ว. เป็นเจ้าของรวมในโฉนด แต่เมื่อยังไม่มีการจดทะเบียนใส่ชื่อ ว. เป็นเจ้าของรวม ว. ก็ยังไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดิน ที่ดินยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยเพียงผู้เดียว การที่จำเลยโอนที่ดินทั้งหมดให้ ถ. จึงไม่เป็นความผิดฐานยักยอก.โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๒ จำคุก ๑ ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยเป็นผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๕๒๘ เพียงผู้เดียว การที่จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับนางวิมลโดยตกลงจะยกกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๕๒๘ ให้แก่นางวิมลครึ่งหนึ่งด้วยการใส่ชื่อนางวิมลเป็นเจ้าของรวมในโฉนดที่ดินนั้น แม้ศาลพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความคดีถึงที่สุด ก็มีผลเพียงว่าหากจำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความ นางวิมลมีสิทธิร้องขอให้บังคับคดีได้โดยไม่ต้องฟ้องคดีใหม่ สำหรับสิทธิที่มีต่อบุคคลภายนอก นางวิมลมีฐานะเป็นผู้จดทะเบียนสิทธิได้ก่อนเท่านั้น หาทำให้นางวิมลได้รับกรรมสิทธิ์กึ่งหนึ่งในที่ดินโดยไม่ต้องดำเนินการจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ ปรากฏว่าขณะที่จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่๔๕๒๘ ให้นางสาวถวิลนั้น นางวิมลยังไม่ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนจึงไม่ใช่เจ้าของที่ดินดังกล่าว ที่ดินดังกล่าวยังคง