สัญญาซื้อขายที่ดินที่ไม่ปิดอากรแสตมป์สามารถรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้หรือไม่
ประมวลรัษฎากรไม่ได้บังคับว่าสัญญาซื้อขายจะต้องปิดอากรแสตมป์ ดังนั้น แม้สัญญาซื้อขายที่ดินจะไม่ปิดอากรแสตมป์ ก็รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ ไม่ต้องห้ามตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118
พิพากษายืนตามศาลล่างที่ยกฟ้องโจทก์ โดยจำเลยเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท
โจทก์ขายและโอนการครอบครองที่ดินให้นางอุบล นางอุบลขายและโอนการครอบครองให้จำเลย สัญญาซื้อขายระหว่างนางอุบลกับจำเลยไม่ปิดอากรแสตมป์
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5577/2533นายสวาท รักษาวงศ์ กับพวกโจทก์นางอารีย์ หนูจันทร์แก้วจำเลย ป.รัษฎากร ประมวลรัษฎากรไม่ได้บังคับว่าสัญญาซื้อขายจะต้องปิดอากรแสตมป์ดังนั้น แม้สัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทจะไม่ปิดอากรแสตมป์ก็รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ ไม่ต้องห้ามตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ทั้งสอง ห้ามจำเลยและบริวารเข้ามาเกี่ยวข้อง พร้อมทั้งขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน ๑๑,๔๐๐ บาทและอีกวันละ ๔๒๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะออกไปจากที่ดินพิพาท จำเลยให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลรัษฎากรไม่ได้บังคับว่าสัญญาซื้อขายจะต้องปิดอากรแสตมป์ ดังนั้น สัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างนางอุบลกับจำเลยแม้จะไม่ปิดอากรแสตมป์ ก็รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ ไม่ต้องห้ามตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๑๘ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ทั้งสองได้ขายและโอนการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่นางอุบลต่อมานางอุบลขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยแล้ว จำเลยได้เข้าครอบครองทำกินที่ดินพิพาท ดังนั้นแม้ที่ดินพิพาทจะมี น.ส.๓ ได้หรือไม่ และการซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์กับนางอุบล ระหว่างนางอุบลกับจำเลยจะสมบูรณ์หรือไม่เพียงใดก็ตาม เมื่อโจทก์โอนการครอบครองที่ดินพิพาทให้นางอุบล และต่อมานางอุบลโอนการครอบครองให้จำเลย จำเลยจึงเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทหาใช่โจทก์ทั้งสองเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทไม่ ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน.(ปรีชา ธนานันท์-พิชิต พรหมพิทักษ์กุล-ครีภูมิ ส