เจ้าหนี้ภาษีโรงเรือนและที่ดินมีสิทธิขอรับชำระหนี้ค่าภาษีที่ยังไม่ประเมินและแจ้งการประเมินหรือไม่ และคิดดอกเบี้ยจากค่าภาษีค้างชำระและเงินเพิ่มได้หรือไม
หนี้ภาษีโรงเรือนและที่ดินจะเกิดขึ้นต่อเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ประเมินภาษีและแจ้งรายการประเมินให้ผู้เสียภาษีทราบแล้ว ผู้เสียภาษีจึงมีหน้าที่ต้องชำระภายในเก้าสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้ง หากยังไม่มีการประเมินและแจ้ง เจ้าหนี้ยังไม่มีสิทธิเรียกร้องให้ชำระภาษี ส่วนกรณีผิดนัดไม่ชำระค่าภาษี กฎหมายบัญญัติให้
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ยกฎีกาของเจ้าหนี้ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
กรุงเทพมหานครยื่นขอรับชำระหนี้ค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปี 2527-2530 จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 ซึ่งยังไม่มีการประเมินและแจ้งการประเมินภาษีให้ลูกหนี้ทราบ และขอคิดดอกเบี้ยจากค่าภาษีค้างชำระปี 2526 และเงินเพิ่ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5590/2533ธนาคารกรุงเทพ จำกัดโจทก์กรุงเทพมหานครเจ้าหนี้ห้างหุ้นส่วนจำกัดไทยเจริญออยส์ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 , ม. 43แม้ลูกหนี้จะมีหน้าที่เสียภาษีโรงเรือนและที่ดินเป็นรายปีก็ตาม แต่จะต้องเสียเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ประเมินภาษีและแจ้งรายการประเมินให้ลูกหนี้ทราบแล้วตามความในภาค 3เรื่องวิธีดำเนินการประเมินและจัดเก็บภาษีแห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 ซึ่งผู้รับการประเมินจะต้องเสียภาษีในกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมินตามมาตรา 38ฉะนั้นเมื่อเจ้าหนี้ยังมิได้ประเมินภาษีและแจ้งให้ลูกหนี้ทราบจำนวนภาษีที่จะต้องเสีย ลูกหนี้ก็ยังไม่ต้องชำระหนี้ภาษีดังกล่าวเจ้าหนี้จึงไม่มีสิทธิขอรับชำระหนี้ภาษีนั้น พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 มาตรา 43บัญญัติทางแก้สำหรับกรณีลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระเงินค่าภาษีที่ค้างชำระไว้โดยเฉพาะแล้วว่า ผู้ค้างชำระจะต้องเสียเงินเพิ่มคิดเป็นร้อยละตามจำนวนค่าภาษีที่ค้างและมีอัตราเงินเพิ่มสูงขึ้นตามเวลาที่ค้างชำระ จึงคิดดอกเบี้ยซ้อนเข้าไปอีกในระหว่างผิดนัดไม่ได้.คดีสืบเนื่องมาจากกรุงเทพมหานคร เจ้าหนี้รายที่ ๔ ยื่นคำขอรับชำระหนี้ค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินจำนวน ๗๓,๑๘๓ บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ทั้งสอง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๑๔ แล้ว ไม่มีผู้ใดโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วเห็นว่า เห็นควรให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้เป็นเงิน ๑๒,๘๐๔ บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่๑ ตามมาตรา ๑๓๐(๘) แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ ส่วนที่