สัญญาเช่าที่กำหนดให้ผู้เช่าชำระภาษีอื่นใดแทนผู้ให้เช่า ครอบคลุมถึงภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่เกิดจากการยกกรรมสิทธิ์สิ่งปลูกสร้างให้ผู้ให้เช่าหรือไม่
การตีความสัญญาต้องพิจารณาเจตนาของคู่สัญญาเป็นสำคัญ หากคู่สัญญามิได้ระบุภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไว้โดยชัดแจ้ง ทั้งที่ภาษีอื่นได้ระบุไว้โดยเฉพาะ แสดงว่าเจตนาไม่รวมถึงภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ผู้เช่าจึงไม่มีหน้าที่ชำระภาษีดังกล่าวแทนผู้ให้เช่า
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกฟ้องโจทก์ จำเลยไม่ต้องชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแทนโจทก์ และโจทก์ไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าและขับไล่จำเลย
จำเลยก่อสร้างโรงแรมบนที่ดินของนางถนอมแล้วยกกรรมสิทธิ์ให้ โดยมีสัญญาเช่าโรงแรม 16 ปี 6 เดือน กำหนดให้จำเลยชำระภาษีโรงเรือน ภาษีการค้า หรือภาษีอื่นใด ต่อมากรมสรรพากรประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากการยกกรรมสิทธิ์ดังกล่าวแก่นางถนอม โจทก์ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของนางถนอมเรียกให้จำเลยชำระภาษีส่วนนี้ แต่จำเ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5598/2533นายสุรสีห์ บุณยตุลย์โจทก์บริษัทโฮเต็ลลิเบอร์ตี้ จำกัดจำเลย ป.รัษฎากร , ม. 41 ป.พ.พ. , ม. 132, ม. 368, ม. 554จำเลยได้ลงทุนก่อสร้างโรงแรมแล้วยกกรรมสิทธิ์ในสิ่งก่อสร้างให้แก่เจ้าของที่ดิน โดยมีข้อตกลงว่า จำเลยมีสิทธิเช่าโรงแรมที่ก่อสร้างเพื่อดำเนินกิจการโรงแรมเป็นเวลา 16 ปี 6 เดือน และตลอดเวลาการเช่า จำเลยจะเป็นผู้ชำระค่าภาษีโรงเรือน ภาษีการค้า หรือภาษีอื่นใด และภาษีส่วนที่ทางราชการประเมินสูงกว่าที่ปรากฏในสัญญาเช่า การที่จำเลยยกกรรมสิทธิ์ในที่ก่อสร้างให้แก่เจ้าของที่ดินนี้ กรมสรรพากรถือว่าเป็นรายได้พึงประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของเจ้าของที่ดิน เจ้าของที่ดินมีหน้าที่ตามกฎหมายโดยตรงที่จะต้องเสียภาษี เมื่อพิจารณาถึงเจตนาของคู่สัญญาแล้ว ถ้าเจ้าของที่ดินมีเจตนาให้จำเลยชำระภาษีส่วนนี้แทนด้วยก็ควรจะต้องระบุไว้ให้ชัดแจ้งเพราะภาษีโรงเรือน ภาษีการค้า ยังระบุไว้ได้ หรือมิฉะนั้นระบุว่าภาษีใด ๆ ก็เพียงพอแล้วไม่ต้องระบุรายละเอียดว่าเป็นภาษีในกรณีใดบ้างอย่างเช่นที่ได้ระบุไว้ในสัญญาเช่า ทำให้เห็นเจตนาของคู่สัญญาว่ามิได้หมายความรวมถึงภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วยจำเลยจึงไม่มีหน้าที่ต้องชำระภาษีส่วนนี้แทนเจ้าของที่ดิน โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับมรดกของเจ้าของที่ดินย่อมไม่มีสิทธิยกเอาเหตุนี้มาบอกเลิกสัญญาเช่าได้.โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๑๔ จำเลยได้ทำสัญญาเช่าและจดทะเบียนการเช่าโรงแรมลิเบอร์จากนางถนอม วิเศษอรัญญาการ มีกำหนด ๑๖ ปี ๖ เดือน โดยมีข้อตกลงตามสัญญาเช่า ข้อ ๒ วรรค ๒ กำหนดให้จำเลยผู้เช่าเป็นผู้ออกเงินค่าภาษีโรงเรือน ภาษีการค้าหรือภาษีอื่นใด และภาษีส่วนที่ทางราชการประเมินสูงกว่าที่ปรากฏในสัญญานี้ ต่อมาศาลแพ่งได้มีคำสั่งตั้งโจ