ศาลยกฟ้องโดยไม่วินิจฉัยประเด็นฟ้องเคลือบคลุม และไม่ตัดสิทธิโจทก์ฟ้องใหม่ ไม่ถือเป็นฟ้องซ้ำ
ศาลมีอำนาจตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148(3) ที่จะยกฟ้องโดยไม่วินิจฉัยประเด็นอื่นที่จำเลยยกขึ้นต่อสู้ หากเห็นว่าควรยกฟ้องด้วยเหตุอื่น และการที่ศาลยังมิได้วินิจฉัยชี้ขาดประเด็นแห่งคดีเกี่ยวกับความรับผิดของจำเลย โจทก์ย่อมนำคดีมาฟ้องใหม่ได้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำ
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 โดยไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะนำคำฟ้องมายื่นใหม่ภายใต้บังคับอายุความ
โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกันร่วมกับจำเลยที่ 1 โดยอาศัยยอดหนี้ตามบัญชีกระแสรายวันซึ่งรวมหนี้นอกเหนือความรับผิดของจำเลยที่ 2 และคิดดอกเบี้ยทบต้น ทำให้ไม่อาจทราบจำนวนหนี้ที่แน่ชัด ศาลชั้นต้นยกฟ้องโดยไม่วินิจฉัยประเด็นฟ้องเคลือบคลุมที่จำเลยที่ 2 ยกขึ้นต่อสู้
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5606/2533ธนาคารกรุงเทพ จำกัดโจทก์นายวัลลภ ตันติเวชกุล กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. , , ม. 142, ม. 148, ม. 148 (3)การที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 2 รับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 โดยอาศัยยอดหนี้ตามบัญชีกระแสรายวันของจำเลยที่ 1 ซึ่งผนวกหนี้นอกเหนือความรับผิดของจำเลยที่ 2 เข้าไว้ด้วยและคิดดอกเบี้ยทบต้นตลอดมา ทำให้ไม่อาจหยั่งทราบได้ว่าจำเลยที่ 2เป็นหนี้โจทก์จำนวนเท่าใด แล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2โดยไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะนำคำฟ้องมายื่นใหม่ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยอายุความนั้น เป็นการใช้อำนาจตามป.วิ.พ. มาตรา 148(3) แม้จำเลยที่ 2 จะให้การต่อสู้เรื่องฟ้องโจทก์เคลือบคลุมไว้ แต่เมื่อศาลเห็นว่าจะต้องยกฟ้องโจทก์เพราะเหตุอื่นแล้วย่อมมีอำนาจที่จะไม่วินิจฉัยประเด็นดังกล่าวได้เนื่องจากไม่มีความจำเป็นต้องวินิจฉัยและแม้จะวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ก็ถือว่าศาลยังไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาดประเด็นแห่งคดีที่ว่าจำเลยที่ 2 จะต้องรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญาค้ำประกันหรือไม่เพียงใด โจทก์ย่อมจะนำคดีมาฟ้องเพื่อให้ศาลชี้ขาดในประเด็นดังกล่าวได้ ไม่ถือเป็นฟ้องซ้ำ คำพิพากษาศาลชั้นต้นหาขัดต่อ ป.วิ.พ.มาตรา 141(4) (5), 142 และ 148 ไม่.โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีและสัญญาจำนอง กับบังคับจำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๓ ตามสัญญาค้ำประกัน ให้ร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ ๑ ออกขายทอดตลาดชำระหนี้ให้แก่โจทก์หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามออกขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์จนครบ จำเลยที่ ๑ ให้การว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ดอกเบี้ยขาดอายุความและจำเลยที่ ๑ ยัง