ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5626/2533

ประเด็นกฎหมาย

เจ้าพนักงานตำรวจยิงผู้ต้องหาที่วิ่งหนีโดยไม่มีภยันตรายใกล้จะถึง เป็นการฆ่าโดยเจตนา ไม่เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ

หลักกฎหมาย

การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายทางด้านหลังในขณะที่ผู้ตายวิ่งหนีมือเปล่าและไม่มีภยันตรายที่ใกล้จะถึง แสดงว่าจำเลยมีเจตนาฆ่า การกระทำดังกล่าวไม่เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำคุกจำเลย 15 ปี ริบของกลางทั้งหมด เว้นแต่อาวุธปืนของทางราชการ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเป็นตำรวจแต่งกายนอกเครื่องแบบตรวจค้นพบกัญชา 200 กรัม จับกุมผู้ตายใส่กุญแจมือทั้งสองข้าง ต่อมาถอดกุญแจมือข้างหนึ่งให้ผู้ตายสวมเสื้อ ผู้ตายฉวยโอกาสกระโดดหนี จำเลยวิ่งตามและยิงผู้ตายทางด้านหลัง กระสุนถูกแก้มก้นซ้ายตัดลำไส้ใหญ่และเส้นโลหิตแดง ทำให้เสียชีวิต

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5626/2533พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นางวุ้น จงจิตต์โจทก์ร่วมสิบตำรวจเอกบรรดาศักดิ์ สัมมาขันต์จำเลย ป.อ. , ม. 288จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจร่วมกับพวกอีกสองคน แต่งกายนอกเครื่องแบบไปตรวจค้นตัวผู้ตายและสิ่งของในเพิงที่พักพบกัญชาหนักประมาณ 200 กรัม จึงจับกุมผู้ตายใส่กุญแจมือไว้ทั้งสองข้าง และแจ้งข้อหา ผู้ตายจะสวมใส่เสื้อ จำเลยถอดกุญแจมือให้ผู้ตายข้างหนึ่ง ผู้ตายฉวยโอกาสนั้นกระโดดออกจากเพิงวิ่งหนีไปจำเลยวิ่งตามและใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายทางด้านหลัง กระสุนปืนถูกผู้ตายที่แก้มก้นด้านซ้าย ตัดลำไส้ใหญ่ ตัดเส้นโลหิตแดงที่ไปเลี้ยงขาซ้ายขาด ทำให้โลหิตตกในเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายเช่นนี้ แสดงว่า จำเลยยิงผู้ตายโดยเจตนาฆ่าผู้ตายในลักษณะที่ผู้ตายวิ่งหนีมือเปล่า และไม่มีภยันตรายที่ใกล้จะถึง การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุโจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้อาวุธปืนยิงนายสมพงษ์ จงจิตต์โดยเจตนาฆ่า เป็นเหตุให้นายสมพงษ์ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ริบของกลางทั้งหมด เว้นแต่อาวุธปืนของทางราชการ จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นางวุ้น จงจิตต์ มารดาผู้ตายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ศาลชั้นต้นอนุญาตมาตรา ๒๘๘ จำคุก ๑๕ ปี ริบของกลางทั้งหมด เว้นแต่อาวุธปืนสั้นขนาด .๓๘ ของทางราชการ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่าวันเกิดเหตุนายดาบตำรวจเสมอ เอี่ยมประชา จ่าสิบตำรวจจำรัสศรีขวัญชัย และจำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจแต่งกายนอกเครื่องแบบไปตรวจค้นตัวนายสมพงษ์ จงจิตต์ ผู้ตาย และสิ่งของในเพิงที่เกิดเหตุในซอยอินทามระ ๑๔ พบกัญชาหนักประมาณ ๒๐๐ กรัมถุงพลาสติกเล็กประมาณ ๑๐๐ ถ