หน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหมที่มิได้เป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ไม่มีสิทธิถูกฟ้องเป็นคู่ความ และคำสั่งให้ทหารออกจากราชการเนื่องจากมลทินหรือมัวหมองชอบด้วยก
ผู้ที่จะเป็นคู่ความได้ต้องเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือกฎหมายพิเศษ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหมที่มิได้กำหนดให้เป็นนิติบุคคลตามพระราชกฤษฎีกา ไม่มีสภาพเป็นนิติบุคคล และตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหม ข้อ 6(2) ผู้บังคับบัญชามีอำนาจสั่งให้ทหารที่ถูกพักราชการออกจากราชการได้แม้
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์ เนื่องจากจำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 ไม่ใช่นิติบุคคล โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และคำสั่งให้โจทก์ออกจากราชการชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นการละเมิด
โจทก์เป็นทหารถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนเนื่องจากเงินยืมไม่ครบ ต่อมาชำระหนี้ครบแล้ว แต่คณะกรรมการเห็นว่ามีมลทิน ผู้บังคับบัญชาสั่งให้ออกจากราชการตามข้อบังคับข้อ 6(2) แม้ไม่มีความผิด
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5630/2533พันโทประสิทธิ์ ผิวบัวเผื่อนโจทก์กระทรวงกลาโหม กับพวกจำเลย ป.พ.พ. , ม. 420 ป.วิ.พ. , ม. 55 พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2503 , ม. 18ผู้ที่จะเป็นคู่ความได้ต้องเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลหรือนิติบุคคลตามกฎหมายพิเศษ แม้กรมกำลังพลทหารบก จำเลยที่ 3กรมการแพทย์ทหารบก จำเลยที่ 4 และโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า จำเลยที่ 5จะเป็นหน่วยงานในสังกัดของจำเลยที่ 1 และที่ 2 แต่ตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก กองบัญชาการทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ 2)พ.ศ. 2512 มาตรา 4 ซึ่งออกตามความในมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2503 ก็มิได้กำหนดให้จำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 มีฐานะเป็นนิติบุคคล จึงไม่อาจเป็นคู่ความที่จะถูกฟ้องร้องเป็นจำเลยได้ ตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการสั่งให้ทหารประจำการพักราชการ พ.ศ. 2500 ข้อ 6(2) กำหนดให้ผู้บังคับบัญชาสั่งให้ผู้ถูกสั่งพักราชการออกจากราชการได้ แม้ไม่ได้กระทำความผิด แต่หากมีมลทินหรือมัวหมอง ดังนั้น การที่จำเลยที่ 1 และที่ 2ผู้บังคับบัญชาของโจทก์มีคำสั่งให้โจทก์ซึ่งถูกสั่งให้พักราชการออกจากราชการประจำการเป็นนายทหารกองหนุน มีเบี้ยหวัด เพราะเหตุมลทินหรือมัวหมอง จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เคยรับราชการทหารตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายการเงินของจำเลยที่ ๕ ระหว่างนั้นมีแพทย์ฝึกหัดมารับการอบรมที่โรงพยาบาลจำเลยที่ ๕ จำเลยจึงทำใบยืมเงินจากจำเลยที่ ๕ มาสำรองจ่ายแก่แพทย์ฝึกหัด เมื่อกระทรวงสาธารณสุขจ่ายให้แพทย์ฝึกหัดจึงนำไปใช้คืนแก่จำเลยที่ ๕ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจบัญชีของกองทัพบกมาตรวจสอบบัญชีพบว่าโจทก์ยังส่งคืนเ