โจทก์ไม่ใช่ผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากไม่เคยครอบครองเช็คตัวจริง และจำเลยมิได้ออกเช็คให้โจทก์
ผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมายต้องเป็นผู้ครอบครองเช็คตัวจริง หากโจทก์ไม่เคยครอบครองเช็คและจำเลยมิได้ออกเช็คให้โจทก์ โจทก์ย่อมไม่ใช่ผู้ทรงเช็ค แม้เช็คจะเป็นเช็คผู้ถือก็ตาม
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
จำเลยออกเช็คผู้ถือให้แก่นางสาววนิดาชั่วคราวตามคำขอของมารดาจำเลย ต่อมามารดาออกเช็คของตนเองแทนและนางสาววนิดาขึ้นเงินได้แล้วแต่ไม่คืนเช็คพิพาท โจทก์ไม่เคยครอบครองเช็คตัวจริง มีเพียงภาพถ่ายเช็คจากสำนวนคดีอาญา
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5723/2533หม่อมหลวงวินัย เกษมศรีโจทก์นางอรอนงค์ บุญถนอม กับพวกจำเลย ป.พ.พ. จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทซึ่งเป็นเช็คผู้ถือแล้วมอบให้ ว.เป็นการชั่วคราวตามคำขอร้อง ของ ก. มารดาจำเลย ต่อมา ก.ได้ออกเช็คของ ก. มอบให้ ว. แทนเช็คพิพาท และ ว. นำเช็คฉบับหลังขึ้นเงินได้แล้วแต่ไม่คืนเช็คพิพาทให้จำเลย จำเลยไม่ได้ออกเช็คพิพาทให้โจทก์ และโจทก์ไม่เคยได้เช็คพิพาทไว้ในครอบครองโจทก์เพียงแต่มีภาพถ่ายเช็คพิพาทไว้เท่านั้น ดังนี้ โจทก์ไม่ใช่ผู้ทรงเช็คพิพาทโดยชอบด้วยกฎหมายโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นบุตรของนางกาญจนา ผู้ตายจำเลยที่ ๒ เป็นผู้จัดการมรดกของนางกาญจนา เมื่อกลางเดือนตุลาคม ๒๕๒๕ จำเลยที่ ๑ ได้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คพิพาท จำนวนเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ให้โจทก์โดยนางกาญจนาเป็นผู้สลักหลังเช็คพิพาท ต่อมาโจทก์โอนขายเช็คพิพาทให้แก่นายสุพจน์ เมื่อเช็คพิพาทครบกำหนดใช้เงิน นายสุพจน์นำเช็คพิพาทไปเรียกเก็บเงินธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน นายสุพจน์ทวงถามให้โจทก์ชำระเงินตามเช็คพิพาท โจทก์ได้ชำระเงินตามเช็คให้แก่นายสุพจน์แล้ว โจทก์จึงเป็นผู้ทรงเช็คพิพาท จำเลยทั้งสองต้องรับผิดชำระเงินจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ให้แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัด จำเลยที่ ๑ ให้การว่า เช็คพิพาทไม่มีมูลหนี้ โจทก์กับนางสาววนิดา สมคบกันนำเช็คพิพาทมาฟ้องจำเลยที่ ๑ โดยทุจริต ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ให้การว่า นางกาญจนาไม่เคยสลักหลังเช็คพิพาทโจทก์ไม่ใช่ผู้ทรงเช็คพิพาท ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดชำระเงินจำนวน๑๐๐,๐๐๐ บาท ให้แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์มิได้เป็นผู้ทรงเช็คพิพาทโดยชอบด้วยกฎหมาย แ