การขอตั้งผู้จัดการมรดกและการคัดค้านเป็นสิทธิเฉพาะตัวของทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสีย เมื่อผู้คัดค้านถึงแก่กรรม ไม่มีประโยชน์ที่จะพิจารณาคดีต่อไป
การขอตั้งผู้จัดการมรดกและการคัดค้านเป็นสิทธิเฉพาะตัวของทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียแต่ละคน ไม่ใช่คดีที่ทายาทจะรับมรดกความของคู่ความที่ถึงแก่กรรมได้ เมื่อผู้คัดค้านถึงแก่กรรม ย่อมไม่มีประโยชน์ที่จะพิจารณาคดีของผู้คัดค้านต่อไป
พิพากษายกคำสั่งและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่อนุญาตให้ทายาทของผู้คัดค้านเข้าเป็นคู่ความแทน และยกฎีกาของผู้คัดค้าน
ผู้ร้องขอตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดก ผู้คัดค้านซึ่งเป็นพี่ร่วมบิดามารดาเดียวกับผู้ตายคัดค้านว่าพินัยกรรมปลอม ระหว่างอุทธรณ์ ผู้คัดค้านถึงแก่กรรม ทายาทผู้คัดค้านขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลอุทธรณ์อนุญาตและพิพากษายืน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5735/2533นางสาวอุดมพรรณ พุทธิกุลผู้ร้องนายธิ บุญยัง โดย นางพรรณี บุญยัง ผู้เข้าเป็นคู่ความแทนผู้คัดค้าน ป.พ.พ. , ม. 1711, ม. 1713 ป.วิ.พ. , ม. 42, ม. 242, ม. 243, ม. 247การขอตั้งผู้จัดการมรดกตลอดจนการคัดค้านการขอตั้งผู้จัดการมรดกไม่เป็นคดีที่ทายาทจะรับมรดกความของคู่ความที่ถึงแก่กรรมได้เพราะการขอเป็นผู้จัดการมรดกตลอดจนการคัดค้านถือได้ว่าเป็นสิทธิเฉพาะตัวของทายาทหรือ ผู้มีส่วนได้เสียแต่ละคน เมื่อผู้คัดค้านถึงแก่กรรมย่อมไม่มีประโยชน์ที่จะพิจารณาคดีของผู้คัดค้านต่อไปการที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาต ให้ทายาทของผู้คัดค้านเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่ผู้คัดค้านและวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้คัดค้านจึงเป็นการไม่ชอบผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนางไพรวัลย์ พันธุศิริ ผู้ตาย อ้างว่าผู้ร้องเป็นเหลนผู้ตายทำพินัยกรรมตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดก ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านเป็นพี่ร่วมบิดามารดาเดียวกับผู้ตาย เป็นทายาทมีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดก พินัยกรรมที่ผู้ร้องอ้างเป็นพินัยกรรมปลอม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์ ผู้คัดคานได้มรณะนางพรรณี บุญยัง ทายาทของผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความแทน ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตและพิพากษายืน ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เรื่องการขอตั้งผู้จัดการมรดก ตลอดจนการคัดค้าน การขอตั้งผู้จัดการมรดก ไม่เป็นคดีที่ทายาทจะรับมรดกความของคู่ความที่ถึงแก่กรรมได้ เพราะการขอเป็นผู้จัดการมรดกตลอดจนการคัดค้านถือได้ว่าเป็นสิทธิเฉพาะตัวของทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียแต่ละคน เมื่อผู้คัดค้านถึงแก่กรรมย่อมไม่มีประโยชน์ที่จะพิจาร