ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5799/2533

ประเด็นกฎหมาย

สัญญาจะซื้อขายที่ดินมรดกที่มีเงื่อนไขให้ผู้จัดการมรดกทุกคนอนุมัติหรือให้สัตยาบันเป็นลายลักษณ์อักษร หรือศาลมีคำสั่งอนุญาต ก่อนมีผลผูกพัน เมื่อเงื่อนไขไ

หลักกฎหมาย

สัญญาจะซื้อขายที่ดินมรดกที่กำหนดเงื่อนไขให้ผู้จัดการมรดกทุกคนอนุมัติหรือให้สัตยาบันเป็นลายลักษณ์อักษร หรือศาลมีคำสั่งอนุญาตก่อนมีผลผูกพัน ถือเป็นเงื่อนไขสาระสำคัญที่ก่อให้เกิดความผูกพันระหว่างคู่สัญญา หากเงื่อนไขไม่สำเร็จ สัญญายังไม่สมบูรณ์ โจทก์จะบังคับให้ผู้จัดการมรดกปฏิบัติตามสัญญาไม่ได้

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

สัญญาจะซื้อขายที่ดินมรดกระบุเงื่อนไขให้ผู้จัดการมรดกทั้งห้าคนอนุมัติหรือให้สัตยาบันเป็นลายลักษณ์อักษร หรือศาลมีคำสั่งอนุญาตก่อนมีผลผูกพัน แต่มีเพียงสามคนลงนาม อีกสองคนไม่เห็นชอบและแถลงต่อศาลว่าต้องการหาผู้ซื้อราคาสูงกว่า ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขออนุญาตขาย ทำให้เงื่อนไขไม่สำเร็จ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5799/2533นายสุรพงษ์ เตชะวิบูลย์โจทก์นายบุญทวี ไวทยานุวัตติ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. , ม. 456โจทก์ทำสัญญาจะซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างอันเป็นทรัพย์มรดกจากจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 โดยจำเลยที่ 4 และที่ 5 ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของ ว.ร่วมกันมิได้เป็นคู่สัญญาด้วย เมื่อสัญญาดังกล่าวมีข้อตกลงว่า ผู้ซื้อจะชำระเงินมัดจำให้ภายใน 15 วันนับแต่วันที่คณะผู้จัดการมรดกของ ว.ทั้ง 5 คน อนุมัติหรือให้สัตยาบันเป็นลายลักษณ์อักษร หรือนับแต่วันที่ผู้ขายแจ้งให้ผู้ซื้อทราบว่าศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้จัดการมรดกทำนิติกรรมรายนี้แก่ผู้ซื้อ ดังนี้เป็นการตกลงให้สัญญามีผลบังคับต่อเมื่อเงื่อนไขดังกล่าวเป็นผลสำเร็จอันเป็นสาระสำคัญในการก่อให้เกิดความผูกพันแก่ทั้งสองฝ่าย ในคดีที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ขอให้ศาลชี้ขาดในการทำสัญญาจะซื้อขายที่พิพาทกับโจทก์ จำเลยทั้งห้าแถลงต่อศาลว่าหากมีผู้เสนอราคาให้สูงกว่าโจทก์ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ก็พร้อมจะเลิกสัญญากับโจทก์ โดยจำเลยที่ 4 และที่ 5 รับจะหาผู้ซื้อรายใหม่ภายในกำหนด ถ้าหาผู้ซื้อไม่ได้ ขอให้ปรับปรุงแก้ไขสัญญานั้นถือไม่ได้ว่าเป็นการอนุมัติหรือให้สัตยาบันกลับแสดงว่าจำเลยที่ 4และที่ 5 ไม่เห็นชอบ เพราะราคาที่ตกลงขายยังต่ำไป ทั้งการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องในคดีดังกล่าว และคดีถึงที่สุดแล้วย่อมทำให้เงื่อนไขตามที่กำหนดไว้ไม่สำเร็จ โจทก์จะบังคับให้จำเลยทั้งห้าต้องปฏิบัติตามสัญญาในฐานะผู้จัดการมรดกไม่ได้.โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งห้าเป็นทายาทและเป็นผู้จัดการมรดกของหลวงไวรณการ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ในฐานะผู้จัดการมรดกได้ทำสัญญาจะขายที่ดินมรดกพร้อมสิ่งปลูกสร้างรวม ๓ แปลงให้แก่โจทก์ ในราคาตารางวาละ ๖๕,๐๐๐ บาท โดยผู้ขายมีหน้าที่ขอรังวัดส