ผู้ยื่นคำขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ยังไม่ได้รับประทานบัตร ไม่มีอำนาจฟ้องผู้บุกรุกขุดแร่ในพื้นที่คำขอ
ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 มาตรา 43 และ 47 ผู้ยื่นคำขอประทานบัตรยังไม่มีสิทธิเข้าไปกระทำการใดๆ แก่พื้นที่ และไม่มีสิทธิครอบครองแร่ แร่ยังเป็นสมบัติของรัฐ ผู้เสียหายโดยตรงคือรัฐ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง
พิพากษายืนตามศาลล่างทั้งสอง ให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ยื่นคำขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ดีบุก แต่ยังไม่ได้รับประทานบัตร ระหว่างดำเนินการมีผู้มาขุดแร่ในพื้นที่คำขอ โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหาย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5812/2533บริษัทอวนินทร์ จำกัดโจทก์นายประสิทธิ์ ตันติเวชกุล กับพวกจำเลย ป.พ.พ. , ม. 1374 ป.วิ.พ. พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510 , ม. 43, ม. 47โจทก์เป็นเพียงผู้ยื่นคำขอประทานบัตรเท่านั้น ซึ่งอธิบดีมีอำนาจสั่งยกคำขอประทานบัตรเสียได้ โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิเข้าไปกระทำการใด ๆ แก่พื้นที่และไม่มีสิทธิครอบครอง แร่ที่มีอยู่ในเขตพื้นที่ตามคำขอยังเป็นสมบัติของรัฐอยู่ ถ้ามีผู้มาขุดแร่ต้องถือว่ารัฐเป็นผู้เสียหายโดยตรง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ถือคำขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ดีบุกซึ่งกรมทรัพยากรธรณีได้รังวัดกำหนดเขตคำขอประทานบัตร และประกาศไปแล้ว โจทก์มีสิทธิเข้าไปยึดถือครอบครองและห้ามมิให้ผู้ใดเข้าทำลายหรือทำให้เสื่อมสถาพ และโจทก์มีสิทธิที่จะได้ประทานบัตรก่อนบุคคลอื่น จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๓ กระทำการในทางการที่จ้าง กับจำเลยที่ ๒ ในฐานะส่วนตัวและตัวแทนของจำเลยที่ ๓ ได้ควบคุมและสั่งการให้คนงานบุกรุกเข้ามาในเขตพื้นที่คำขอประทานบัตรของโจทก์ แล้วขุดกระสะแร่บริเวณที่มีสิน แร่อุดมสมบูรณ์ไป เนื้อที่ที่เหลือเป็นบริเวณที่มีแร่น้อยไม่สามารถเหมืองแร่ในเชิงพาณิชย์ ขอให้จำเลยทั้งสามใช้ค่าเสียหาย ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ใช่ลูกจ้างหรือพนักงานของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๓ ไม่เคยมอบหมายให้ผู้อื่นกระทำการตามที่โจทก์ฟ้องโจทก์ไม่ใช่ผู้ที่ได้รับความเสียหายตามพระราชบัญญัติแร่ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ยื่นคำขอประทานบ