การที่ผู้ขายไม่แจ้งให้ผู้ซื้อทราบว่าตนถูกฟ้องคดีแพ่งและอาจถูกยึดทรัพย์ที่ขาย เป็นความผิดฐานฉ้อโกงหรือไม่
ผู้ขายไม่จำเป็นต้องบอกให้แจ้งถึงฐานะของตนเองหรือความชำรุดบกพร่องของทรัพย์สินที่ขาย เพราะเป็นหน้าที่ของผู้ซื้อพึงต้องระมัดระวังเอง หากมีความชำรุดบกพร่องหรือการรอนสิทธิ์ ผู้ขายต้องรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ไม่ใช่ความผิดอาญาฐานฉ้อโกง
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องโจทก์ จำเลยไม่มีความผิดฐานฉ้อโกง
จำเลยประกาศขายบ้านโดยไม่แจ้งให้ผู้เสียหายทราบว่าจำเลยถูกฟ้องคดีแพ่งและอาจถูกเจ้าหนี้ยึดบ้านที่ประกาศขายได้
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5815/2533พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดธัญบุรีโจทก์นายกงจักร จันทราทิพย์จำเลย ป.อ. การที่จำเลยถูกศาลพิพากษาให้ชำระหนี้แก่โจทก์ในคดีแพ่งอาจถูกยึดบ้านที่จำเลยบอกขายให้แก่ผู้เสียหายได้นั้น มิใช่ข้อเท็จจริงที่จำเลยควรบอกให้แจ้ง อันเป็นองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกง ดังนี้ แม้จำเลยจะมิได้บอกความดังกล่าวแก่โจทก์ ก็หาเป็นความผิดฐานฉ้อโกงไม่โจทก์ฟ้องว่า จำเลยหลอกลวงนายประเสริฐ แก้วเมตตา ผู้เสียหายด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งว่าจำเลยจะขายบ้านของจำเลยซึ่งไม่มีภาระผูกพัน สามารถโอนกรรมสิทธิ์แก่ผู้เสียหายได้ทันที จนผู้เสียหายหลงเชื่อตกลงซื้อ ต่อมาผู้เสียหายทราบว่า ศาลมีหมายยึดทรัพย์บ้านหลังดังกล่าวไว้แล้ว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๓๔๑ จำคุก ๒ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยถูกฟ้องให้ชำระหนี้ในคดีแพ่งและในคดีแพ่งดังกล่าวจำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามยอม จำเลยประกาศขายบ้านของจำเลยโดยมิได้แจ้งให้ผํู้เสียหายซึ่งจะซื้อบ้านของจำเลยทราบว่าจำเลยถูกฟ้องคดีแพ่งอาจถูกเจ้าหนี้ยึดบ้านที่ประกาศขายได้ คดีมีปัญหาว่าการที่จำเลยถูกศาลพิพากษาให้ชำระหนี้แก่โจทก์ในคดีแพ่งตามสัญญาประนีประนอมยอมความ อาจถูกยึดบ้านได้ เป็นข้อเท็จจริงที่ควรบอกให้แจ้ง อันเป็นองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยในฐานะผู้ขายไม่จำเป็นต้องบอกให้แจ้งถึงฐานะของตนเอง หรือความชำรุดบกพร่องของทรัพย์สินที่ขายเป็นหน้าที่ของผู้ซื้อพึงต้องระมัดระวังเอง ถ้ามีความชำรุดบกพร่องของทรัพ