การปรับเป็นโทษอย่างหนึ่ง เมื่อชำระค่าปรับครบถ้วนแล้ว ถือว่าจำเลยพ้นโทษนับแต่วันที่ชำระค่าปรับ และหากพ้นโทษยังไม่ครบ 3 ปี แล้วกระทำผิดซ้ำตาม พ.ร.บ.การพ
การปรับเป็นโทษอย่างหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 18(4) เมื่อศาลลงโทษปรับและมีการชำระค่าปรับครบถ้วนแล้วในวันเวลาใด ย่อมถือว่าจำเลยพ้นโทษนับแต่วันที่ชำระค่าปรับนั้น หากพ้นโทษยังไม่ครบ 3 ปี แล้วกระทำความผิดต่อ พ.ร.บ.การพนันอีก ต้องวางโทษทั้งจำทั้งปรับตามมาตรา 14 ทวิ (1) หรือ (2) แล้วแต่กรณี
พิพากษาแก้เป็นว่า วางโทษจำเลยที่ 3 ทั้งจำทั้งปรับตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 14 ทวิ (2) โดยให้จำคุก 2 เดือน ปรับ 1,200 บาท ลดโทษกึ่งหนึ่งแล้ว คงจำคุก 1 เดือน ปรับ 600 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี
จำเลยที่ 3 เคยต้องโทษปรับฐานเล่นการพนันอีโปงครอบ และชำระค่าปรับครบถ้วนแล้ว ยังไม่ครบ 3 ปี กลับมากระทำผิดฐานเล่นการพนันอีโปงครอบอีก
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5819/2533พนักงานอัยการ ประจำศาลแขวงสุรินทร์โจทก์นายเจน พิมพ์ทอง กับพวกจำเลย พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 การปรับเป็นโทษอย่างหนึ่ง เมื่อศาลลงโทษปรับและมีการชำระค่าปรับครบถ้วนแล้วในวันเวลาใด ย่อมถือได้ว่าจำเลยได้พ้นโทษนับแต่วันที่ชำระค่าปรับนั้นแล้ว การที่จำเลยพ้นโทษปรับฐานเล่นการพนันยังไม่ครบกำหนด 3 ปี แล้วมา กระทำความผิดต่อพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 อีก จึงเข้าหลักเกณฑ์ต้องวางโทษทั้งจำทั้งปรับตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติดังกล่าวมาตรา 14 ทวิ อนุมาตรา (1) หรือ (2) แล้วแต่กรณีโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานเล่นการพนันอีโปงครอบตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. ๒๔๗๘ ริบของกลาง จ่ายเงินสินบนตามกฎหมายและวางโทษทั้งจำทั้งปรับจำเลยที่ ๓ ตามกฎหมายด้วย จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ และจำเลยที่ ๓ รับว่าเคยต้องโทษตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. ๒๔๗๘ มาตรา ๔, ๕, ๖, ๑๐, ๑๒, ๑๔ ทวิ, ๑๕ จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ ปรับคนละ ๖๐๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ของกลางริบ ให้จำเลยทั้งสามจ่ายเงินสินบนนำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับแก่ผู้นำจับ จำเลยที่ ๓ถูกพิพากษาลงโทษปรับ ๖๐๐ บาท ในคดีก่อนมิใช่โทษจำคุก จึงไม่ถือว่าจำเลยที่ ๓ พ้นโทษในคดีดังกล่าว ไม่อาจลงโทษทั้งจำทั้งปรับได้คำขอนี้ให้ยก โจทก์อุทธรณ์ให้วางโทษจำเลยที่ ๑ ทั้งจำทั้งปรับ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ที่โจทก์ฎีกาขอให้วางโทษจำเลยที่ ๓ ทั้งจำทั้งปรับตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. ๒๔๗๘ มาตรา๑๔ ทวิ (๒) พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๘๕ มาตรา ๓ในกา