ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5866/2533

ประเด็นกฎหมาย

การครอบครองปรปักษ์ที่ดินที่ซื้อขายโดยไม่ได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ และการบังคับให้จดทะเบียนโอน

หลักกฎหมาย

การได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382 เป็นการได้มาโดยอาศัยอำนาจกฎหมาย ไม่ใช่โดยนิติกรรม ผู้ครอบครองไม่มีสิทธิเรียกร้องให้ผู้เป็นเจ้าของเดิมจดทะเบียนโอนให้ เพราะไม่มีหน้าที่ทางนิติกรรมที่จะต้องโอน ผู้ครอบครองต้องดำเนินการขอให้มีชื่อในโฉนดเอง

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกคำขอของโจทก์ที่ให้จำเลยจดทะเบียนแก้ไขหลักฐานทางทะเบียนเป็นชื่อโจทก์ หากไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ซื้อที่ดินจากจำเลยโดยไม่ได้ทำหนังสือและจดทะเบียนโอน แต่ครอบครองโดยสงบเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเกิน 10 ปี ต่อมาโจทก์ขอให้จำเลยไปจดทะเบียนโอน แต่จำเลยไม่ยอม

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5866/2533นายสาน หรือ ประสานต์ เรืองศรีโจทก์นายบุญปลูก เรืองศรีจำเลย ป.พ.พ. , ม. 1299, ม. 1382จำเลยตกลงขายและสละการครอบครองที่พิพาทให้แก่โจทก์แล้วทั้งโจทก์ครอบครองที่พิพาทมาด้วยเจตนาเป็น เจ้าของเป็นเวลากว่า10 ปี โจทก์จึงได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาท แต่ศาลจะพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนแก้ไขหลักฐานทางทะเบียนในที่ดินดังกล่าวเป็นชื่อโจทก์หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนามิได้ เนื่องจากจำเลยไม่มีหน้าที่อย่างใดในทางนิติกรรมที่จะต้องโอนที่พิพาทให้แก่โจทก์ เป็นหน้าที่โจทก์ที่จะต้องดำเนินการให้มีชื่อของตนในโฉนดต่อไปโจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นน้องชายโจทก์ ได้ขายกรรมสิทธิ์ที่ดินเฉพาะส่วนของจำเลยจำนวน ๑ ไร่ ๓ งาน เก้าสิบสี่เศษสามส่วนสี่ตารางวาในที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๙๐๐ ตำบลเขาพระ อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก ให้กับโจทก์เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๐๙ โจทก์ได้ชำระราคาที่ดินและจำเลยได้มอบที่ดินให้โจทก์เข้าครอบครองนับแต่วันซื้อขายแล้วโดยมิได้ทำหนังสือสัญญาซื้อขายและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์โจทก์ได้ครอบครองที่ดินเฉพาะส่วนที่ซื้อขายโดยความสงบเปิดเผยด้วยเจตนา เป็นเจ้าของเป็นเวลาเกินกว่า ๑๐ ปี ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองแล้ว เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๗ จำเลยได้ขออาศัยทำกินในที่ดินเฉพาะส่วนดังกล่าว โจทก์อนุญาต ต่อมาจำเลยจะขอซื้อที่ดินดังกล่าวคืนในราคาเดิม โจทก์ไม่ตกลง เมื่อเดือนกุมภาพันธ์๒๕๒๙ โจทก์ได้พาจำเลยไปสำนักงานที่ดินเพื่อจดทะเบียนแก้หลักฐานในที่ดินเป็นชื่อโจทก์ จำเลยไม่จัดการและท้าให้ฟ้องเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ ขอให้พิพากษาแสดงว่าที่ดินเฉพาะส่วนของจำเลยดังกล่าวตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์โดยการครอบครอง และบังคับจำเลยไปจดทะเบียนแก้หลักฐานทางทะเบียนในที่