ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5867/2533

ประเด็นกฎหมาย

การปรับเป็นโทษอย่างหนึ่ง เมื่อชำระค่าปรับครบถ้วนแล้ว ถือว่าพ้นโทษนับแต่วันชำระ หากยังไม่ครบ 3 ปี กระทำผิดอีก ต้องเพิ่มโทษตาม พ.ร.บ.การพนันฯ มาตรา 14 ท

หลักกฎหมาย

การปรับเป็นโทษอย่างหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 18(4) เมื่อศาลลงโทษปรับและมีการชำระค่าปรับครบถ้วนแล้ว ถือว่าจำเลยพ้นโทษนับแต่วันที่ชำระค่าปรับ หากพ้นโทษปรับยังไม่ครบ 3 ปี แล้วมากระทำผิดต่อพระราชบัญญัติการพนันอีก ต้องเพิ่มโทษตามมาตรา 14 ทวิ

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 14 ทวิ(2) โดยให้วางโทษทั้งจำทั้งปรับ ให้จำคุก 4 เดือน ปรับ 1,400 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 เดือน ปรับ 700 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเคยถูกศาลพิพากษาถึงที่สุดในความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน ปรับ 700 บาท และชำระค่าปรับครบถ้วนแล้ว ต่อมายังไม่ครบ 3 ปี กลับมากระทำผิดฐานเล่นการพนันโตแตไลเซเตอร์อีก

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5867/2533พนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์นายวันชัย แซ่โง้วจำเลย พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 ป.อ. การปรับเป็นโทษอย่างหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 18(4)เมื่อศาลลงโทษปรับจำเลยและมีการชำระค่าปรับครบถ้วนแล้วในวันเวลาใดย่อมถือได้ว่าจำเลยได้พ้นโทษนับแต่วันที่ชำระค่าปรับนั้นแล้วหากจำเลยพ้นโทษปรับมาแล้ว ยังไม่ครบกำหนด 3 ปี มากระทำผิดต่อพระราชบัญญัติการพนันอีก จึงเข้าหลักเกณฑ์ต้องวางโทษหนักขึ้นตามที่พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 14 ทวิ อนุมาตรา (1)หรือ (2) แล้วแต่กรณีโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๓๒ เวลากลางวันจำเลยร่วมกับพวกที่หลบหนีเล่นการพนันโตแตไลเซเตอร์ (การพนันแข่งม้า)อันเป็นการพนันตามบัญชี ข. อันดับที่ ๑๗ พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน โดยจำเลยเป็นฝ่ายลูกค้าผู้แทง ก่อนคดีนี้จำเลยถูกศาลพิพากษาถึงที่สุดในความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน และพ้นโทษยังไม่ครบ ๓ ปี กลับมากระทำความผิดในคดีนี้อีก ขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษตามพระราชบัญญัติการพนันพ.ศ. ๒๔๗๘ มาตรา ๔, ๕, ๖, ๑๐, ๑๒, ๑๔ ทวิ, ๑๕ ริบของกลางและจ่ายสินบนนำจับแก่ผู้นำจับ จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเคยต้องโทษและพ้นโทษจริง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ปรับ๗๐๐ บาทไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทน ริบของกลาง กับให้จำเลยใช้เงินสินบนนำจับแก่ผู้นำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับ คำขออื่นให้ยก โจทก์อุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยอธิบดีกรมอัยการลงลายมือชื่อรับรองในฎีกาว่ามีเหตุอันควรที่ศาลสูงสุดจะได้วินิจฉัย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยเคยต้องโทษฐานเล่นการพนันไพ่ต่อแต้ม ศาลพิ