ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5892/2533

ประเด็นกฎหมาย

ฟ้องเคลือบคลุมหรือไม่เมื่อแนบสัญญาจ้างรักษาความปลอดภัยท้ายฟ้อง และการบอกกล่าวโอนสิทธิเรียกร้องโดยไม่มีหนังสือมอบอำนาจแต่โจทก์ให้สัตยาบันมีผลสมบูรณ์หรื

หลักกฎหมาย

การแนบสำเนาสัญญาท้ายฟ้องซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้องและระบุข้อความในสัญญาแต่ละข้อแสดงความรับผิดของจำเลยไว้แจ้งชัด ถือว่าฟ้องได้แสดงสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาแล้ว ฟ้องจึงสมบูรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 172 วรรคสอง ส่วนการบอกกล่าวโอนสิทธิเรียกร้อง แม้ผู้บอกกล่าวไม่มีหนังสือมอบอำนาจ แต่เมื

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยชำระเงิน 40,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2528 จนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์และฎีกาแทนโจทก์รวม 2,000 บาท

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญารับจ้างรักษาความปลอดภัย โดยแนบสำเนาสัญญาท้ายฟ้องซึ่งระบุข้อความแสดงความรับผิดของจำเลยกรณีทรัพย์สินสูญหายจากการโจรกรรม และโจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยได้รับโอนสิทธิเรียกร้องจากผู้เอาประกันภัย โดยการบอกกล่าวโอนสิทธิเรียกร้องกระทำโดยบุคคลที่ไม่มีหนังสือมอบอำนาจ แต่โจทก์ยอมร

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5892/2533บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัดโจทก์บริษัทกัทส์อินเวสติเกชั่น จำกัดจำเลย ป.พ.พ. , ม. 798, ม. 823 ป.วิ.พ. , ม. 161, ม. 172 วรรคสอง, ม. 248 วรรคแรก, ตารางโจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญารับจ้างรักษาความปลอดภัยโดยได้แนบสำเนาสัญญาจ้างมาท้ายฟ้องซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้องและระบุข้อความในสัญญาแต่ละข้อแสดงความรับผิดของจำเลยกรณีทรัพย์สินของผู้ว่าจ้างหายไปโดยการโจรกรรม อันเป็นมูลแห่งคำฟ้องไว้แจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาแล้ว ฟ้องโจทก์จึงสมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 172 วรรคสอง แม้โจทก์จะมิได้มอบอำนาจเป็นหนังสือให้ ส. บอกกล่าวแจ้งการโอนสิทธิเรียกร้องแก่จำเลย แต่เมื่อ ส. บอกกล่าวแจ้งการโอนสิทธิเรียกร้องในนามของโจทก์และโจทก์ยอมรับเอาการบอกกล่าวแล้ว ย่อมถือได้ว่าโจทก์ได้ให้สัตยาบันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 823 ถือได้ว่าโจทก์ได้บอกกล่าวแจ้งการโอนสิทธิเรียกร้องแก่จำเลยแล้ว การที่จำเลยฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์มิได้ยกสัญญาเอกสารหมาย จ.4ข้อ 11, 13 ขึ้นวินิจฉัยตามที่จำเลยอุทธรณ์ว่าผู้ว่าจ้างไม่ได้แจ้งเหตุให้จำเลยผู้รับจ้างทราบในทันทีและแจ้งจำนวนค่าเสียหายภายในเวลาที่กำหนด จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง การที่ศาลอุทธรณ์กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้จำเลยใช้แทนโจทก์เกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด แม้จำเลยจะมิได้ฎีกาในปัญหาข้อนี้ ศาลฎีกาย่อมกำหนดใหม่ให้ถูกต้องได้.โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้รับจ้างรักษาความปลอดภัยให้แก่ทรัพย์สินของบริษัทห้างคาเธ่ยสรรพสินค้าวงเวียนใหญ่ จำกัดสินค้าของบริษัทดังกล่าวได้ถูกโจรกรรมไปโจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยได้ชดใช้ค่าเสียหายแก่บริษัทผู้เอาประกันภั