ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5896/2533

ประเด็นกฎหมาย

สัญญาจ้างตัดเย็บเสื้อผ้าเป็นสัญญาต่างตอบแทน ผู้รับจ้างมีสิทธิยึดหน่วงทรัพย์สินจนกว่าจะได้รับชำระค่าจ้าง

หลักกฎหมาย

สัญญาจ้างตัดเย็บเสื้อผ้าเป็นสัญญาต่างตอบแทนตาม ป.พ.พ. มาตรา 369 ผู้รับจ้างมีสิทธิไม่ส่งมอบทรัพย์สินที่แก้ไขแล้วจนกว่าผู้ว่าจ้างจะชำระสินจ้างหรือขอปฏิบัติการชำระสินจ้าง การไม่ส่งมอบเพราะผู้ว่าจ้างไม่ชำระค่าจ้างจึงไม่เป็นการผิดสัญญา

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ยกฟ้องโจทก์ ว่าจำเลยไม่ผิดสัญญา

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ว่าจ้างจำเลยตัดเย็บเสื้อผ้า จำเลยตัดเย็บผิดแบบ โจทก์ส่งเสื้อให้จำเลยแก้ไขโดยขยายเวลาให้ส่งมอบภายใน 10 วัน จำเลยแก้ไขเสร็จแต่ไม่ส่งคืนเพราะโจทก์ยังไม่ชำระค่าจ้างตัดเย็บ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5896/2533บริษัทอาเชี่ยนการ์เม้นท์ จำกัดโจทก์นายราชันย์ ศศิรัชพรชัยจำเลย ป.พ.พ. , ม. 244, ม. 369, ม. 602โจทก์ว่าจ้างจำเลยตัดเย็บเสื้อผ้า เมื่อจำเลยตัดเย็บเสื้อผ้าผิดแบบ โจทก์ก็ส่งเสื้อไปให้จำเลยทำการแก้ไขโดยขยายระยะเวลาให้จำเลยส่งมอบเสื้อที่แก้ไขแล้วให้แก่โจทก์ภายใน 10 วัน นับแต่วันที่ส่งไปให้แก้ไข จำเลยได้แก้ไขเสื้อเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ได้ส่งกลับคืนไปให้โจทก์ภายในกำหนด 10 วัน เพราะโจทก์ยังไม่ได้ชำระค่าจ้างตัดเย็บเสื้อให้แก่จำเลยดังนี้ จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา เพราะจำเลยมีสิทธิไม่ยอมส่งมอบเสื้อที่แก้ไขแล้วให้แก่โจทก์ได้ จนกว่าโจทก์จะชำระสินจ้างหรือขอปฏิบัติการชำระสินจ้าง.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ว่าจ้างจำเลยตัดเย็บเสื้อแจกเกตตามแบบโดยตัวเสื้อด้านนอกเป็นผ้าหน้ามัน ส่วนด้านในเป็นผ้าหน้าหยาบ ต่อมาจำเลยตัดเย็บผิดแบบ โจทก์จึงขอให้จำเลยแก้ไขให้ถูกต้องตามแบบภายใน ๑๐ วัน นับแต่วันที่นำเสื้อกลับไปแก้ไข เมื่อครบกำหนดจำเลยมิได้แก้ไขและมิได้ส่งมอบเสื้อดังกล่าวให้แก่โจทก์ เป็นการผิดสัญญา ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้จำเลยชำระค่าเสียหายรวมเป็นเงิน ๒๕๔,๔๗๐.๓๑ บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยมิได้ตัดเย็บเสื้อผิดแบบ และเมื่อจำเลยส่งมอบเสื้อที่ตัดเย็บแก่โจทก์แล้ว โจทก์ได้ขอให้จำเลยช่วยแก้ไขให้ใหม่โดยตกลงจะให้ค่าจ้างแก้ไขเสื้อแก่จำเลยเพิ่มเติมจากสินจ้างเดิม จำเลยได้แก้ไขเสื้อเรียบร้อยแล้วและได้แจ้งให้โจทก์ส่งเงินค่าจ้างมาให้จำเลย แต่โจทก์ไม่ยอมส่งมาให้และไม่ยอมชำระเงินค่าจ้างทั้งเก่าและใหม่ จำเลยจึงใช้สิทธิยึดหน่วงเสื้อไว้ จำเลยมิได้กระทำผิดสัญญา ค่าเสียหายก็เกินความจริง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อ