ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5900/2533

ประเด็นกฎหมาย

การฟ้องคดีโดยบุคคลที่ไม่มีอำนาจฟ้องและไม่มีอำนาจเป็นทนายความ ทำให้ฟ้องไม่สมบูรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 67(5) และไม่ใช่ข้อบกพร่องที่แก้ไขได้ตามมาตรา 27

หลักกฎหมาย

การฟ้องคดีโดยบุคคลที่ไม่มีอำนาจฟ้องและไม่มีอำนาจเป็นทนายความ ทำให้ฟ้องไม่สมบูรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 67(5) ซึ่งไม่ใช่ข้อบกพร่องในเรื่องความสามารถหรือการเขียนคำคู่ความที่ศาลจะสั่งให้แก้ไขตามมาตรา 27 ได้ ปัญหาอำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลยกขึ้นวินิจฉัยเองได้

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

นายพิทยาลงชื่อเป็นโจทก์และผู้เรียงพิมพ์ในคำฟ้อง โดยนายมงคลซึ่งเป็นโจทก์ที่แท้จริงมิได้มอบอำนาจหรือแต่งตั้งเป็นทนายความ ต่อมานายพิทยาลงชื่อในคำฟ้องอุทธรณ์ในฐานะผู้อุทธรณ์และผู้เรียงพิมพ์อีก โดยไม่มีอำนาจเช่นกัน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5900/2533นายมงคล จิริยะสินโจทก์นายสุชาติ วุฒยวเรศร์ กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. , ม. 27, ม. 56, ม. 60 วรรคสอง, ม. 61, ม. 67 (5)พ. ลงชื่อเป็นโจทก์และผู้เรียงพิมพ์ในคำฟ้อง โดยไม่ได้รับมอบอำนาจจาก ม. ซึ่งเป็นโจทก์ให้ดำเนินคดีแทน และมิได้ตั้งพ. ให้เป็นทนายความแต่อย่างใด ม. เป็นผู้ตั้งตนเองเป็นทนายความและว่าความในการสืบพยานจำเลย ส่วน พ. ว่าความในการสืบพยานโจทก์ 2 ปากเท่านั้น ต่อมา พ. ลงชื่อในคำฟ้องอุทธรณ์ในฐานะผู้อุทธรณ์และผู้เรียงพิมพ์อีก โดยมิได้รับมอบอำนาจหรือตั้งแต่งให้เป็นทนายความอีกเช่นเดียวกัน จึงเป็นการฟ้องคดีแทนม. โดยปราศจากอำนาจฟ้อง ฟ้องดังกล่าวเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 67(5)กรณีมิใช่เป็นข้อบกพร่องในเรื่องความสามารถหรือบกพร่องเกี่ยวด้วยการเขียนคำคู่ความอันจะสั่งให้แก้ไข หรือมีคำสั่งในเรื่องที่ผิดระเบียบได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 ดังนั้น คำสั่งศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ตั้งแต่ง พ. เป็นทนายความให้ถูกต้อง และให้ พ. ลงชื่อในฟ้องจึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณาโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นตัวแทนขายเทปเพลงของโจทก์ เมื่อจำเลยเก็บเงินค่าสินค้าจากลูกค้าได้แล้วไม่ชำระแก่โจทก์ ต่อมาจำเลยที่ ๑ ทำหนังสือรับสภาพหนี้โดยมีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันการชำระหนี้ หลังจากนั้นจำเลยทั้งสองไม่ได้ชำระหนี้แก่โจทก์ ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน ๒๗๔,๖๙๕ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ ๑ เป็นหนี้ค่าสินค้าในฐานะผู้ซื้อมิใช่เป็นตัวแทนของโจทก์ จำเลยที่ ๒ ลงชื่อค้ำประกันโดยถูกข่มขู่หลอกลวง และได้บอกล้างแล้ว คดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า คดีโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ