ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5928/2533

ประเด็นกฎหมาย

สัญญาเช่าที่ไม่จดทะเบียนบังคับได้เพียง 3 ปี และการที่ผู้เช่าอยู่ต่อหลังครบกำหนดโดยผู้ให้เช่าไม่ทักท้วง ถือเป็นการละเมิด ไม่ใช่การต่อสัญญาเช่าโดยไม่มีก

หลักกฎหมาย

สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่บังคับได้เพียง 3 ปี เมื่อครบกำหนดสัญญา หากผู้ให้เช่าไม่ยินยอมให้ผู้เช่าอยู่ต่อโดยได้แจ้งให้ทราบแล้ว การที่ผู้เช่ายังคงอยู่ในทรัพย์สินถือเป็นการละเมิด มิใช่เป็นการต่อสัญญาเช่าโดยไม่มีกำหนดเวลาตาม ป.พ.พ. มาตรา 570

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกจากตึกแถวพิพาท และให้ใช้ค่าเสียหายเดือนละ 2,000 บาท นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2528 จนกว่าจะขนย้ายออกไป

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์รับโอนกรรมสิทธิ์ตึกแถวพิพาทจากเจ้าของเดิมซึ่งมีสัญญาเช่ากับสามีจำเลย สัญญาเช่าไม่จดทะเบียนบังคับได้ 3 ปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2527 ก่อนครบกำหนดโจทก์แจ้งให้จำเลยชำระค่าเช่าแก่ตน จำเลยนำค่าเช่าไปวางที่สำนักงานวางทรัพย์ โจทก์รับค่าเช่าถึงเดือนธันวาคม 2527 หลังจากนั้นโจทก์มีหนังสือแจ้งให้จำเลยอ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5928/2533นางยุรีพร ตันติวรอังกูรโจทก์นางอภิรมย์ พวงหัตถ์จำเลย ป.พ.พ. , ม. 420, ม. 566, ม. 569, ม. 570สัญญาที่สามีของจำเลยทำกับเจ้าของตึกแถวพิพาทเดิม เป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าสัญญาเช่า โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกไม่จำต้องตอบแทนสิ่งใดให้แก่สามีของจำเลย แต่สัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาเช่าอยู่ในตัว ผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ตึกแถวพิพาทต้องผูกพันในเรื่องการเช่าที่เจ้าของเดิมทำไว้กับสามีจำเลย เมื่อสัญญาเช่าดังกล่าวไม่จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงบังคับกันได้เพียง3 ปี ก่อนครบกำหนดสัญญา โจทก์แจ้งให้จำเลยทราบว่าได้รับโอนกรรมสิทธิ์ตึกแถวที่เช่ามาจากเจ้าของเดิมแล้วให้จำเลยชำระค่าเช่าให้โจทก์ จำเลยก็นำค่าเช่าไปวางไว้ที่สำนักงานวางทรัพย์กลางตั้งแต่เดือนธันวาคม 2526 จนถึงเดือนพฤษภาคม 2528 โจทก์ไปรับค่าเช่าถึงเดือนธันวาคม 2527 อันเป็นวันสิ้นสุดสัญญา พฤติการณ์ถือว่าโจทก์ยินยอมให้จำเลยอยู่ในตึกแถวพิพาทต่อไปโดยไม่ทักท้วงไม่ได้ และโจทก์ให้ทนายความมีหนังสือลงวันที่หลังจากครบกำหนดสัญญาเพียง 2 เดือนไปถึงจำเลยแจ้งให้ทราบว่าไม่ประสงค์จะให้จำเลยอยู่ต่อไป ให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปพร้อมกับชำระค่าเสียหายให้ โดยส่งให้จำเลยโดยทางไปรษณีย์ตอบรับไปที่ตึกแถวพิพาทแต่จำเลยไม่ยอมรับ ถือว่าจำเลยทราบข้อความในหนังสือดังกล่าวแล้วการที่จำเลยอยู่ในตึกแถวที่เช่าภายหลังครบกำหนดสัญญาเช่าเท่ากับเป็นการละเมิด หาใช่เป็นการอยู่โดยคู่สัญญาเป็นอันได้ทำสัญญาใหม่ต่อไปไม่มีกำหนดเวลาไม่เช่นกัน โจทก์ไม่จำต้องมีหนังสือบอกกล่าวถึงจำเลยอีกโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกไปจากตึกแถวที่เช่าและให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์จำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท และค่าเสียหายอีกเดือนละ ๓,๐๐๐ บาท นับถ