ผู้ทรงเช็คฟ้องผู้สั่งจ่ายให้รับผิดตามเช็ค ผู้สั่งจ่ายต่อสู้ว่าลายมือชื่อในเช็คเป็นลายมือชื่อปลอม ภาระการพิสูจน์ตกแก่ผู้ใด
ในคดีที่ผู้ทรงเช็คฟ้องผู้สั่งจ่ายให้รับผิดตามเช็ค หากผู้สั่งจ่ายต่อสู้ว่าลายมือชื่อในเช็คเป็นลายมือชื่อปลอม โจทก์ผู้ทรงเช็คมีหน้าที่นำสืบให้ได้ว่าผู้สั่งจ่ายเป็นผู้ลงลายมือชื่อในเช็คนั้น หากโจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นว่าผู้ลงลายมือชื่อเป็นใคร และจำเลยนำสืบหักล้างได้ว่าไม่ได้เป็นผู้ลงลายมือชื่อ จำเลยก็ไม่ต
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์ จำเลยไม่ต้องรับผิดชำระเงินตามเช็คและดอกเบี้ยแก่โจทก์
โจทก์ฟ้องจำเลยให้รับผิดตามเช็ค จำเลยต่อสู้ว่าไม่เคยเปิดบัญชีและไม่เคยลงลายมือชื่อในเช็ค มีผู้อื่นปลอมบัตรประจำตัวประชาชนของจำเลยไปเปิดบัญชีและออกเช็ค ศาลอาญาพิพากษาว่าผู้นั้นมีความผิดฐานใช้บัตรประจำตัวประชาชนปลอม โจทก์ไม่คัดค้านข้อเท็จจริงดังกล่าว
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5950/2533ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัดโจทก์นายณรงค์ สุนทรธรรมจำเลย ป.วิ.พ. ป.วิ.อ. ในระหว่างที่คดีที่โจทก์ฟ้องจำเลยให้รับผิดชดใช้เงินตามเช็คอยู่ในการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำเลยได้ยื่นคำแถลงว่าตำรวจจับตัว ข. ได้ และพนักงานอัยการได้ฟ้อง ข.ต่อศาลอาญาในข้อหาปลอมบัตรประจำตัวประชาชนและใช้บัตรประจำตัวประชาชนปลอมแสดงต่อเจ้าหน้าที่ของ ธนาคารโจทก์จนหลงเชื่อว่าเป็นบัตรประจำตัวประชาชนที่แท้จริงของจำเลย และยอมให้ ข. เปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันที่ธนาคารโจทก์ในชื่อของจำเลย ศาลอาญาได้พิพากษาว่า ข. มีความผิดฐานใช้บัตรประจำตัวประชาชนปลอมแล้วปรากฏตามสำเนาคำพิพากษาของศาลอาญาท้ายคำแถลง ของจำเลย ซึ่งทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำแถลงดังกล่าวของจำเลยแล้ว มิได้แถลงคัดค้านข้อเท็จจริงตามคำแถลงดังกล่าวแต่อย่างใด ศาลฎีกาก็รับฟังสำเนาคำพิพากษาของศาลอาญาดังกล่าวได้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัด จำนวนหกฉบับซึ่งจำเลยเป็นผู้สั่งจ่าย เมื่อถึงกำหนดชำระเงิน ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินทั้งหกฉบับ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ยถึงวันฟ้องรวมเป็นเงิน ๕๙๔,๕๘๓,.๒๑ บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปีของเงินต้น ๕๖๓,๗๔๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยเปิดบัญชีกระแสรายวันที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาบางกะปิ ไม่เคยออกเช็ค และไม่เคยลงลายมือชื่อในเช็คตามฟ้อง เมื่อประมาณวันที่ ๒๒ กรกฎาคม๒๕๒๖ จำเลยทราบว่าบัตรประจำตัวประชาชนของจำเลยได้สูญหายไปจึงได้ไปแจ้งความไว้ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อ ทำบัตรประจำตัวประชาชนใหม่ต่อมาต้นปี ๒๕๒๗ จำเลยถูกทวงถามให้ชำระหนี้ตามเช็คของธนาคารดังกล่าวจำเลยจึงได้ติดต่อกับธนาคารดังกล่าว จึงทราบข้อเท็