ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5952/2533

ประเด็นกฎหมาย

ลูกหนี้จะบังคับให้เจ้าหนี้รับชำระหนี้บางส่วนได้หรือไม่ และเจ้าหนี้ไม่รับชำระหนี้บางส่วนถือเป็นผู้ผิดนัดหรือไม่

หลักกฎหมาย

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 320 ลูกหนี้ไม่อาจบังคับให้เจ้าหนี้รับชำระหนี้แต่เพียงบางส่วนได้ การที่เจ้าหนี้ไม่ยอมรับชำระหนี้บางส่วน จึงถือไม่ได้ว่าเจ้าหนี้เป็นผู้ผิดนัด เจ้าหนี้ยังคงมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยในต้นเงินส่วนที่ยังไม่ได้ชำระได้

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 161,973.60 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ โดยโจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยในต้นเงินค่าสินค้าจำนวน 65,331 บาท จากจำเลยทั้งสองได้

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยทั้งสองค้างชำระค่าสินค้าแก่โจทก์รวม 161,973.60 บาท หนี้ครบกำหนดชำระแล้ว จำเลยที่ 1 เสนอชำระหนี้บางส่วน 65,331 บาท แต่โจทก์ไม่ยอมรับ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5952/2533บริษัทธนากรโลหะกิจ จำกัดโจทก์นายไพรัตน์ กาญจนวสะ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. , ม. 207, ม. 211, ม. 224 วรรคหนึ่ง, ม. 320จำเลยทั้งสองค้างชำระค่าสินค้าแก่โจทก์ 161,973.60 บาท หนี้ครบกำหนดชำระแล้ว จำเลยที่ 1 จะบังคับให้โจทก์รับชำระหนี้แต่เพียงบางส่วน 65,331 บาท ไม่ได้ การที่โจทก์ไม่ยอมรับชำระจึงถือไม่ได้ว่าโจทก์เป็นผู้ผิดนัด โจทก์คงมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยในต้น เงิน 65,331 บาท จากจำเลยทั้งสองได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองสั่งซื้อสินค้าจากโจทก์ในนาม ยงฟ้าไทย รวม ๖ ครั้ง เป็นเงิน ๑๖๑,๙๗๓.๖๐ บาท จำเลยที่ ๑ สั่งจ่ายเช็ค จำนวนเงิน ๖๕,๓๓๑ บาท ชำระหนี้ให้โจทก์ เมื่อเช็คถึงกำหนด ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยทั้งสองไม่ยอมชำระ ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินค่าสินค้าทั้งหมดแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ให้การว่าได้สั่งจ่ายเช็คตามฟ้องจริง แต่ไม่เคยสั่งซื้อสินค้าจากโจทก์เมื่อธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินจำเลยได้นำเงินเข้าบัญชีและให้โจทก์นำเช็คไป เรียกเก็บแต่โจทก์กลับนำเช็คดังกล่าวไปฟ้องคดีอาญา จำเลยที่ ๑ นำเงินตามเช็คไปชำระแก่โจทก์แล้วโจทก์ไม่ยอมรับ จึงไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยที่ ๑ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินจำนวน๑๖๑,๙๗๓.๖๐ บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะการนับวันคิดดอกเบี้ยในแต่ละยอดหนี้ จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ เคยสั่งจ่ายเช็คให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ค่าสินค้าจำเลยที่ ๒ เป็นผู้สั่งซื้อหลายครั้ง ซึ่งเช็คดังกล่าวโจทก์สามารถเรียกเก็บเงินได้ ประกอบกับการที่จำเลยที่ ๑ยอมให้จำเลยที่ ๒ พิมพ์นามบั