ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5957/2533

ประเด็นกฎหมาย

ฟ้องเรียกคืนการครอบครองที่ดินเมื่อพ้นกำหนด 1 ปีนับแต่ถูกแย่งการครอบครอง ขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 1375 วรรคสอง

หลักกฎหมาย

การฟ้องเรียกคืนการครอบครองต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่ถูกแย่งการครอบครอง หากพ้นกำหนด โจทก์หมดสิทธิเรียกคืนการครอบครอง

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลล่างว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยโดยจำเลยมีสิทธิครอบครอง ห้ามโจทก์และบริวารเข้าเกี่ยวข้อง ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

มารดาโจทก์จำเลยถึงแก่ความตายปี 2520 หลังจากนั้นประมาณ 5 เดือน โจทก์แจ้งจำเลยว่ามารดาทำพินัยกรรมยกที่พิพาทให้โจทก์ จำเลยโต้แย้งว่ามารดายกให้จำเลยแล้ว ไม่ยอมมอบที่ดินให้โจทก์ ถือว่าจำเลยแย่งการครอบครองนับแต่วันนั้น โจทก์ฟ้องคดีวันที่ 9 พฤศจิกายน 2527 เกิน 1 ปี

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5957/2533นางอุบล มะนาวหวานโจทก์นางไข่ บุญมาจำเลย ป.พ.พ. มารดาโจทก์จำเลยถึงแก่ความตายเมื่อปี พ.ศ. 2520 หลังจากมารดาถึงแก่ความตายไปได้ประมาณ 5 เดือน โจทก์ได้บอกจำเลยว่า มารดาทำพินัยกรรมยกที่พิพาทตาม ส.ค.1 เลขที่ 27 ให้โจทก์ ให้จำเลยรื้อถอนบ้านออกไป จำเลยโต้แย้งว่ามารดายกที่ดินให้จำเลยแล้วจำเลยไม่ยอมมอบที่ดินให้โจทก์ ถือว่าจำเลยแย่งการครอบครองที่พิพาทจากโจทก์นับแต่วันนั้น โจทก์เพิ่งฟ้องคดีเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน2527 เป็นเวลาเกิน 1 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1375 วรรคสอง โจทก์จึงหมดสิทธิที่จะเรียกเอาคืนการครอบครอง.โจทก์ฟ้องว่า เดิมที่ดิน ส.ค.๑ เลขที่ ๒๗ หมู่ที่ ๑ ตำบลนางบวช อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นของนางวาส นาคเถื่อน ซึ่งเป็นมารดาของโจทก์และจำเลย จำเลยได้รับอนุญาตจากนางวาสให้ปลูกบ้านอยู่อาศัยในที่ดินดังกล่าวนางวาสทำพินัยกรรมยกที่ดินแปลงนี้ให้แก่โจทก์ เมื่อนางวาสถึงแก่ความตายโจทก์ได้ครอบครองที่ดินและเสียภาษีบำรุงท้องที่ตลอดมาจนถึงปัจจุบัน เมื่อฤดูกาลทำนาปีพ.ศ. ๒๕๒๗ จำเลยได้เข้าแย่งทำนาในที่ดินแปลงดังกล่าวของโจทก์เมื่อโจทก์ไปยื่นคำขอหนังสือรับรองการทำประโยชน์ จำเลยก็ได้คัดค้านการกระทำของจำเลยเป็นการรบกวนการครอบครองของโจทก์ ขอให้พิพากษาว่าโจทก์เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดิน ส.ค. ๑เลขที่ ๒๗ และให้จำเลยรื้อถอนบ้านออกไปจากที่ดินดังกล่าว จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า นางวาสได้ยกที่ดินแปลงนี้และมอบการครอบครองให้แก่จำเลยเมื่อประมาณ ๑๐ ปีมาแล้ว นางวาสจึงไม่มีสิทธิทำพินัยกรรมยกที่ดินของจำเลยให้โจทก์ พินัยกรรมปลอมโจทก์ฟ้องเรียกเอาคืนซึ่งที่พิพาทเกิน ๑ ปี ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความขอให้ยกฟ้อง และพิพากษาว่าที่พิพาทเ