ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5966/2533

ประเด็นกฎหมาย

ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์มรดกที่มีราคาสูงกว่าหนี้มากให้แก่เจ้าหนี้ของกองมรดก เป็นการเกินขอบอำนาจ ทายาทซึ่งเป็นเจ้าของรวมมีสิทธิฟ้องเพิกถอนนิติกรรม

หลักกฎหมาย

ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่จัดการมรดกให้เป็นไปตามกฎหมาย หากโอนทรัพย์มรดกที่มีราคาสูงกว่าจำนวนหนี้มากเกินไป ถือเป็นการจัดการที่เกินขอบอำนาจและทำให้ทายาทเสียหาย ทายาทซึ่งเป็นเจ้าของรวมในทรัพย์มรดกมีสิทธิติดตามเอาคืนทรัพย์สินจากบุคคลอื่นตาม ป.พ.พ. มาตรา 1336

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินพิพาท และให้จำเลยแบ่งที่ดินให้โจทก์หนึ่งในสามส่วน หากแบ่งไม่ได้ให้นำออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกันตามส่วน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินพิพาทราคา 200,000 บาทเศษ ตีใช้หนี้ 70,000 บาท ที่เจ้ามรดกเป็นหนี้จำเลยที่ 2 โดยที่ดินเป็นทรัพย์มรดกที่โจทก์เป็นทายาทมีสิทธิรับมรดกหนึ่งในสามส่วน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5966/2533นายมิก เป็นสำราญโจทก์นางอุม เป็นสำราญ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. , ม. 1356, ม. 1629, ม. 1630, ม. 1724ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกของ ญ. ซึ่งเป็นพี่ของโจทก์จำเลยที่ 1 เป็นภริยาของ ญ. เมื่อ ญ. ตาย ที่ดินพิพาทย่อมตกทอดมาเป็นของโจทก์ซึ่งเป็นทายาทจำนวนหนึ่งในสามทันที โจทก์จึงเป็นเจ้าของรวมในที่ดินพิพาท การที่จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของ ญ. โอนที่ดินพิพาทซึ่งมีราคา 200,000 บาทเศษ ตีใช้หนี้จำนวน 70,000 บาท ที่ ญ. เป็นหนี้ให้แก่จำเลยที่ 2เช่นนี้ ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกได้จัดการมรดกทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ซึ่งเป็นทายาทคนหนึ่งเป็นการเกิน ขอบอำนาจในฐานะผู้จัดการมรดก โจทก์ในฐานะเจ้าของรวมในที่ดินพิพาทย่อมมีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายดังกล่าวได้เพราะเป็น กรณีที่เจ้าของทรัพย์สินใช้สิทธิติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินจากบุคคลอื่นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1336โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นน้องของนายญาติ เป็นสำราญ เจ้ามรดกและมีสิทธิรับมรดกไม่มีพินัยกรรมคือที่ดินพิพาทร่วมกันจำเลยที่ ๒ซึ่งเป็นภริยาของนายญาติ จำเลยที่ ๑ ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายญาติได้โอนขายที่ดินพิพาทให้จำเลยที่ ๒ ในราคา ๗๐,๐๐๐ บาท อ้างว่าเพื่อเป็นการชำระหนี้ของกองมรดก ความจริงกองมรดกมีหนี้เพียง ๔,๐๐๐ บาท จำเลยทั้งสองมีเจตนาทุจริตสมคบกันโอนโดยกลฉ้อฉล ทำให้โจทก์เสียหายขอให้สั่งเพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินพิพาท ให้จำเลยที่ ๑ แบ่งมรดกใหม่หรือร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองให้การว่า นายญาติเป็นหนี้จำเลยที่ ๒๗๐,๐๐๐ บาท ได้มอบที่ดินพิพาทให้จำเลยที่ ๒ ทำกิน โดยตกลงกันว่าหากหาเงินมาไถ่ไม่ได้นายญาติจะยอมยกและโอนที่ดินพิพาทให้แก่จำ